เอกสารแรงงานพม่า เชียงรายเล่มแดง เล่มเขียว เล่มม่วง คนละใบ คนละเส้นทาง
รับทำเอกสารต่างด้าวเชียงราย ศิริมาส เซอร์วิส รับดูแลเอกสารแรงงานสัญชาติเมียนมา ให้นายจ้างทั้ง 18 อำเภอของจังหวัดเชียงราย และหน้านี้เขียนขึ้นเพื่อแก้ปัญหาเดียวที่ทำให้นายจ้างเสียเงินซ้ำมากที่สุด นั่นคือ การไม่รู้ว่าลูกจ้างของตัวเองถือเอกสารประเภทไหน เพราะคำว่า “มีพาสแล้ว” จากปากลูกจ้าง อาจหมายถึงสามเล่มที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง และแต่ละเล่มพาคุณไปคนละหน่วยงาน คนละกำหนดเวลา
- CI ไม่ใช่พาสปอร์ตและไม่ใช่ใบอนุญาตทำงานในตัวมันเอง
- MOU เมียนมาไม่ได้อยู่ที่แม่สายศูนย์แรกรับอยู่ อ.แม่สอด จ.ตาก
- ด่านแม่สายปฏิเสธเข้าเมือง 46%ตัวเลขจริงเดือน ก.ค. 2569
ในเชียงราย “แรงงานพม่า” ไม่ใช่กลุ่มเล็ก ๆ แต่ก็ไม่ได้เป็นกลุ่มเดียวกันทั้งหมด
ตัวเลขชุดนี้มาจากสถิติคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงานคงเหลือ ประจำเดือนพฤศจิกายน 2568 ของสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน
ในกลุ่มจดทะเบียนตามมาตรา 63/2 ของเชียงรายทั้งหมด 8,901 คน เป็นสัญชาติเมียนมาถึง 8,436 คน ที่เหลือเป็นลาว 419 คน กัมพูชา 40 คน และเวียดนาม 6 คน แปลว่าเวลาพูดถึงงานเอกสารแรงงานต่างด้าวในจังหวัดนี้ เกือบทั้งหมดคืองานของสัญชาติเมียนมา
แต่จุดที่ต้องระวังคือ กลุ่มที่ใหญ่กว่านั้นอีกคือมาตรา 63/1 ซึ่งมี 15,494 คน เป็นกลุ่มชนกลุ่มน้อยและคนไร้สัญชาติ ที่นายจ้างมักเรียกกันว่า บัตรหัว 0 หัว 6 หัว 7 หัว 8 คนกลุ่มนี้ในสายตานายจ้างแทบไม่ต่างจากลูกจ้างพม่าทั่วไป แต่ในทางกฎหมายอยู่คนละกลุ่ม และเดินคนละเส้นทางเอกสาร
เราไม่ลงรายการเอกสารและค่าธรรมเนียมของกลุ่มมาตรา 63/1 ไว้บนหน้าเว็บ เพราะเป็นชุดข้อมูลที่เรายังยืนยันจากแหล่งราชการที่เปิดตรวจสอบได้ไม่ครบ เรารับดูแลกลุ่มนี้เป็นรายเคส และจะบอกตรง ๆ ว่าจุดไหนต้องยืนยันกับหน่วยงานก่อน
“มีพาสแล้ว” ที่ลูกจ้างพูด หมายถึงเล่มไหนกันแน่
นายจ้างเรียกเอกสารตามสีปกเพราะจำง่ายกว่าชื่อทางการ เราจึงเรียกตามคุณ แต่จะบอกให้ชัดว่าแต่ละสีคืออะไร
เล่มแดง — หนังสือเดินทางเมียนมาตัวจริง
คือหนังสือเดินทางที่ออกโดยรัฐบาลของประเทศเมียนมา เป็นเอกสารแสดงตนเต็มรูปแบบที่สุด ในบรรดาสามเล่ม แต่ถึงอย่างนั้น เล่มแดงก็ยังไม่ใช่ใบอนุญาตทำงาน การมีเล่มแดงกับการมีสิทธิ์ทำงานให้คุณอย่างถูกกฎหมาย เป็นคนละเรื่องกัน
เล่มเขียว — CI หรือหนังสือรับรองสถานะบุคคล
CI ย่อมาจาก Certificate of Identity เป็นเอกสารรับรองสถานะบุคคล ไม่ใช่หนังสือเดินทางเต็มรูปแบบ แต่ใช้แสดงตัวและผูกกับกระบวนการทำงานในไทยได้ และเป็นเล่มที่อายุเล่ม ค่าธรรมเนียม และที่ตั้งศูนย์ เปลี่ยนบ่อยที่สุด จนเว็บส่วนใหญ่เขียนข้อมูลค้างไว้
เล่มม่วง — เอกสารจากรอบพิสูจน์สัญชาติยุคก่อน
นายจ้างบางรายเรียกว่า พาสม่วง เป็นเอกสารที่ออกให้ในรอบ พิสูจน์สัญชาติยุคก่อนหน้า ลูกจ้างที่ถือเล่มนี้มักอยู่ในไทยมานาน และมักเป็นเคสที่เอกสารเก่า หมดอายุ หรือหายไปบางส่วน จึงเป็นเคสที่ห้ามเดาลำดับการยื่นเอง เพราะยื่นผิดใบแล้วต้องเริ่มใหม่ทั้งชุด
สิ่งที่ทั้งสามเล่มเหมือนกัน คือทุกเล่มยังไม่ใช่ใบอนุญาตทำงาน ถ้าลูกจ้างเดินมาบอกว่า “มีพาสแล้ว นายจ้างรับได้เลย” แล้วคุณให้เข้างานทันที คุณกำลังจ้างคนที่ยังไม่มีสิทธิ์ทำงานให้คุณ และตามกฎหมายแรงงานต่างด้าว ความรับผิดตกที่ชื่อนายจ้างด้วย ไม่ได้ตกที่ลูกจ้างฝ่ายเดียว
CI กับหนังสือเดินทางจริง ต่างกันตรงที่มันพาคุณไปคนละที่
สิ่งที่คุณอยากรู้จริง ๆ มีข้อเดียว คือ ถือเล่มนี้แล้วต้องไปทำอะไรต่อ และต้องไปที่ไหน เราจึงเทียบให้ในมุมนั้น
- เล่มแดง เป็นเอกสารของรัฐเมียนมาเต็มรูปแบบ การต่ออายุอยู่ฝั่งหน่วยงานของประเทศต้นทาง
- เล่มเขียว CI ผูกกับรอบให้บริการเฉพาะกิจ ซึ่งเปิด–ปิดตามรอบและตามข้อตกลงระหว่างสองฝ่าย
- ทั้งสองเล่ม ต้องมาบรรจบกับฝั่งไทยเสมอ คือใบอนุญาตทำงานและการตรวจลงตรา ซึ่งคนละหน่วยงานกัน
- ที่ต่างที่สุด คือเวลา เล่มเขียวมีหน้าต่างเวลาที่แคบกว่า เพราะขึ้นกับรอบที่เปิด
นี่คือเหตุผลที่เราถามคำถามแรกเสมอว่า “ลูกจ้างถือเล่มอะไร” เพราะคำตอบนั้นเปลี่ยนทั้งลำดับงาน ทั้งงบประมาณ และทั้งวันที่ต้องลงมือ
เรื่องของ CI ที่เราจะไม่เขียนตัวเลขให้คุณอ่าน
เว็บที่เขียนครบทุกช่องอาจดูน่าเชื่อกว่า แต่ถ้าตัวเลขในช่องนั้นล้าสมัย คนที่เสียหายคือคุณ
| เรื่องที่คนถามบ่อย | สถานะข้อมูลของเรา | สิ่งที่เราทำแทน |
|---|---|---|
| ศูนย์ออกเอกสาร CI ตั้งอยู่ที่ไหนบ้าง | เปลี่ยนตามรอบ เราไม่มีประกาศที่ตรวจสอบย้อนหลังได้ครบ | เช็กรอบที่เปิดอยู่จริงให้ก่อนวันที่คุณจะออกรถ |
| ค่าธรรมเนียมทำหรือต่อ CI เท่าไหร่ | ไม่มีตัวเลขที่เรายืนยันได้จากแหล่งราชการ | ไม่ประกาศราคาลอย ๆ แต่ขอยอดรอบปัจจุบันมาแจ้งคุณเป็นรายเคส |
| เล่ม CI ที่ได้มีอายุกี่ปี | ต่างกันตามรอบที่ออก เราไม่ฟันธง | ดูจากหน้าเล่มจริงของลูกจ้างคุณ แล้วนับวันหมดให้ |
| ศูนย์จะปิดวันไหน | เป็นข้อมูลที่เปลี่ยนตามมติและตามข้อตกลง | ติดตามให้ และเตือนคุณก่อนถึงกำหนด |
| MOU เมียนมาปี 2569 เปิดหรือระงับ | เราไม่มีเอกสารยืนยันสถานะปัจจุบันในมือ | สอบถามสำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงรายให้ก่อนคุณวางแผนกำลังคน |
เราเขียนตารางนี้ทั้งที่รู้ว่ามันทำให้หน้าเว็บดู “ตอบไม่ครบ” เพราะในงานเอกสารแรงงานต่างด้าว ค่าใช้จ่ายที่แพงที่สุดไม่ใช่ค่าธรรมเนียม แต่คือการเดินทางไปผิดที่ผิดวัน นายจ้างที่ขับจากอำเภอเทิงหรือเวียงแก่นเข้าเมือง แล้วพบว่าศูนย์ที่เว็บบอกไว้ปิดไปแล้ว เสียทั้งค่าน้ำมันและทั้งวันทำงาน
MOU เมียนมาไม่ได้เข้าทางแม่สาย — ศูนย์แรกรับอยู่ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
เหตุผลที่คนเข้าใจผิดนั้นสมเหตุสมผลมาก เพราะแม่สายอยู่ตรงข้ามท่าขี้เหล็ก เป็นด่านที่คนเชียงรายคุ้นเคยที่สุดและเป็นจุดที่แรงงานเมียนมาข้ามไปมาจริง พอมีคำว่า “นำเข้าแรงงานพม่า” ขึ้นมา สมองก็ลากไปที่แม่สายโดยอัตโนมัติ
แต่ระบบ MOU ไม่ได้ทำงานแบบนั้น ศูนย์แรกรับเข้าทำงานและสิ้นสุดการจ้างสำหรับสัญชาติเมียนมา ตั้งอยู่ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก นายจ้างเชียงรายที่จะนำเข้าแรงงานเมียนมาตาม MOU จึงต้องวางแผนเส้นทางลงใต้ไปตาก ไม่ใช่ขับขึ้นเหนือไปแม่สาย ระยะทางที่ต่างกันตรงนี้เปลี่ยนต้นทุนของงานทั้งชุด
ก่อนลงทุนกับแผน MOU เมียนมา ให้ดูขนาดของช่องทางนี้ก่อน กลุ่มนำเข้าตาม MOU ทั้งจังหวัดมี 1,208 คน เป็นสัญชาติเมียนมาเพียง 101 คน ที่เหลือเป็นลาว 1,100 คนและกัมพูชา 7 คน เทียบกับเมียนมาในกลุ่มมาตรา 63/2 ที่มีถึง 8,436 คน ตัวเลขบอกชัดว่านายจ้างเชียงรายที่ใช้แรงงานพม่า แทบไม่ได้เดินทาง MOU
เราไม่ได้บอกว่า MOU ผิด เราบอกว่ามันไม่ใช่คำตอบแรกสำหรับเคสส่วนใหญ่ในจังหวัดนี้ และยังมีคำถามที่เราตอบแทนคุณไม่ได้อีกข้อ คือรอบปีนี้ MOU ฝั่งเมียนมาเปิดอยู่หรือถูกระงับ ซึ่งเราไม่มีเอกสารยืนยันในมือ และจะไม่ฟันธงให้ ถ้าคุณจริงจังกับเส้นทางนี้ เราจะช่วยสอบถามสำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงรายให้ก่อน
ด่านแม่สาย เดือน ก.ค. 2569 ปฏิเสธเข้าเมือง 2,657 คน จาก 5,814 คน
ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงรายเผยแพร่ผลปฏิบัติงานด่านพรมแดนแม่สาย เดือนกรกฎาคม 2569 ไว้ว่า คัดกรองคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา 5,814 คน และปฏิเสธการเข้าเมือง 2,657 คน หรือราว 46 เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุ “มีพฤติการณ์จะเข้าไปทำงานในพื้นที่ชั้นใน” และ “ไม่มีปัจจัยยังชีพ” ตามมาตรา 12 (2) และ (3) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง แล้วผลักดันออก
- เกือบครึ่งของคนที่พยายามข้ามเข้ามาในเดือนนั้น ไม่ได้เข้า
- เหตุผลที่ใช้ปฏิเสธ ตรงกับภาพของคนที่ตั้งใจเข้ามาทำงานพอดี
- แผน “ให้เขากลับไปแล้วข้ามกลับมาเอง” จึงเป็นแผนที่เสี่ยงสูงมาก ถ้าข้ามกลับไม่ได้ คุณเสียทั้งเงินและกำลังคนพร้อมกัน
ตัวเลขนี้ประกาศโดยหน่วยงานเอง ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2569 และมันตอบคำถามที่นายจ้างถามเราบ่อยที่สุด ว่า “ให้เขากลับบ้านก่อนแล้วค่อยเข้ามาใหม่ดีไหม” — คำตอบตามตัวเลขคือ อย่าเสี่ยงถ้ายังมีทางอื่น
งานหนึ่งชิ้น แต่ต้องวิ่งสองทิศทาง และห่างกัน 63 กิโลเมตร
นี่คือปัญหาเฉพาะของเชียงราย ที่นายจ้างจังหวัดอื่นไม่ต้องเจอ
ฝั่งจัดหางาน อยู่ในเมือง
สำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงราย อาคารศูนย์ราชการกระทรวงแรงงาน ถนนศูนย์ราชการ ตำบลริมกก อำเภอเมือง โทร 053-152051-4 อีเมล [email protected]
ฝั่งตรวจคนเข้าเมือง อยู่ที่แม่สาย
ตม.จว.เชียงราย 117 หมู่ 10 ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย ห่างจากตัวเมืองราว 63 กิโลเมตร โทร 053-731008
มีจุดบริการในเมืองด้วย
ตม.จว.เชียงราย จุดเซ็นทรัล ชั้น G ติดสำนักงานหนังสือเดินทาง ฝั่งโรบินสัน เข้าทางลานจอดรถ เปิด จันทร์–ศุกร์ 08.30–16.30
และในเชียงรายไม่มีศูนย์ OSS ถาวร ศูนย์แบบ One Stop Service เป็นศูนย์เฉพาะกิจที่ตั้งเป็นรอบ ๆ ตามมติคณะรัฐมนตรี หน่วยที่ทำหน้าที่ใกล้เคียงที่สุดคือ ศูนย์บริหารการทะเบียนภาค 5 สาขาเชียงราย โทร 0-5315-2124 จันทร์–ศุกร์ 08.30–16.30 ส่วนงานต่ออายุปัจจุบันเดินผ่าน eworkpermit.doe.go.th เป็นหลัก
ตัวเลขฝั่งไทยที่เราแจกแจงได้ทุกบาท
เพื่อให้คุณมีเครื่องมือตรวจสอบราคาที่ใครก็ตามเสนอมา รวมทั้งของเราเอง
| รายการ | อัตรา | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ค่าธรรมเนียมต่อใบอนุญาตทำงาน 1 ปี | 1,000 บาท | ค่ายื่นคำขอ 100 + ค่าใบอนุญาต 900 |
| ค่าตรวจสุขภาพ | 500 บาท | ต่อคนต่อครั้ง · ประมงทะเล 550 บาท |
| บัตรประกันสุขภาพ 3 เดือน | 1,000 บาท | ใช้ระหว่างรอเข้าระบบประกันสังคม |
| บัตรประกันสุขภาพ 1 ปี | 2,100 บาท | ค่าตรวจ 500 + ค่าประกัน 1,600 |
| บัตรประกันสุขภาพ 2 ปี | 4,200 บาท | ค่าตรวจ 1,000 + ค่าประกัน 3,200 |
| เงินสมทบประกันสังคมสูงสุด | 875 บาท/เดือน | ฐานค่าจ้างสูงสุด 17,500 บาท ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 |
| ค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดเชียงราย | 352 บาท/วัน | มีผล 1 ก.ค. 2568 · ใช้กับแรงงานไทยและต่างด้าวเท่ากัน |
| ค่าเอกสารฝั่งประเทศต้นทาง | เราไม่ระบุตัวเลข | ยังไม่มีแหล่งที่ยืนยันได้ · ขอเช็กเป็นรายรอบ |
สองจุดที่เว็บอื่นเขียนผิดกันแทบทั้งวงการ และคุณควรจำไว้ใช้ตรวจคนที่มาเสนอราคา
หนึ่ง ใบรับรองแพทย์มีอายุ 60 วัน ไม่ใช่ 30 วัน
ยกเว้นกรณีใช้เพื่อการประกันสุขภาพซึ่งมีอายุ 1 ปี ตามหนังสือเวียนของกระทรวงสาธารณสุข
สอง เพดานเงินสมทบประกันสังคมคือ 875 บาทต่อเดือนแล้ว ไม่ใช่ 750 บาท
เปลี่ยนตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 แต่เว็บแทบทุกแห่งยังเขียนตัวเลขเก่า
เรื่องประกันสังคมควรยืนยันอีกครั้งที่ 1506 ก่อนใช้ตัดสินใจ
เราไม่ประกาศค่าบริการของเราไว้บนหน้าเว็บ เพราะเคสที่มีเอกสารครบ กับเคสที่เอกสารหายทั้งชุด ใช้แรงต่างกันหลายเท่า แต่สิ่งที่เรารับปากได้คือ ใบเสนอราคาของเราจะแยกให้เห็นว่าอะไรคือค่าธรรมเนียมราชการ อะไรคือค่าบริการ เพื่อให้คุณเทียบกับเจ้าอื่นได้จริง ไม่ใช่เทียบกันที่ยอดรวมก้อนเดียว
เราเริ่มจากการแยกกลุ่มก่อน ไม่ได้เริ่มจากการเก็บเงิน
เพราะเคสแรงงานพม่าในเชียงรายพลาดกันตรงต้นทาง ไม่ใช่ปลายทาง
-
ดูรูปหน้าเล่มและหน้าบัตร
ส่งรูปมาทางไลน์ก็พอ ยังไม่ต้องส่งตัวจริง เราต้องเห็นก่อนว่าเป็นเล่มแดง เล่มเขียว หรือเล่มม่วง และมีบัตรชมพูอยู่หรือเปล่า
-
แยกว่าอยู่กลุ่มกฎหมายไหน
มาตรา 63/2 มาตรา 63/1 หรือกลุ่มนำเข้าตาม MOU สามกลุ่มนี้ใช้แบบฟอร์มคนละชุดและมีกำหนดเวลาคนละแบบ
-
นับวันหมดอายุทุกใบวางเรียงกัน
ใบอนุญาตทำงาน วีซ่า บัตรชมพู เล่มเอกสารแสดงตน และรอบต่อ 90 หมดคนละวันเสมอ เรายึดใบที่หมดก่อนเป็นวันตั้งต้น
-
จัดคิวตรวจสุขภาพและประกันสุขภาพ
ใบรับรองแพทย์มีอายุ 60 วัน เราจึงไม่พาไปตรวจเร็วเกินไปจนใบหมดก่อนวันยื่น และไม่ปล่อยให้ช้าจนไม่ทันรอบ
-
ยื่นฝั่งจัดหางาน แล้วค่อยไปฝั่ง ตม.
สองฝั่งอยู่คนละทิศ เราจึงรวบงานให้จบเป็นรอบ ไม่ใช่ให้คุณวิ่ง 63 กิโลเมตรหลายเที่ยว
-
ส่งกำหนดวันครั้งถัดไปให้คุณเก็บไว้
ทั้งวันต่อ 90 วันหมดอายุใบอนุญาต และวันที่ต้องเริ่มรอบใหม่ เพราะปัญหาที่แพงที่สุดคือรู้ตัวช้าไปสองสัปดาห์
คำถามเรื่องเอกสารแรงงานพม่าที่นายจ้างเชียงรายถามเราจริง
ลูกจ้างบอกว่ามีพาสแล้ว คือพร้อมทำงาน จ้างเลยได้มั้ย
ยังไม่ได้ คำว่า “มีพาส” ในภาษาที่ลูกจ้างใช้ อาจหมายถึงหนังสือเดินทางเมียนมาเล่มจริง หรือหมายถึง CI ซึ่งเป็นหนังสือรับรองสถานะบุคคล หรือหมายถึงเล่มม่วงก็ได้ ทั้งสามอย่างเป็นเอกสารแสดงตัวคนละแบบ และไม่มีอันไหนเลยที่เป็นใบอนุญาตทำงานในตัวมันเอง การจ้างคนที่ยังไม่มีใบอนุญาตทำงาน ความรับผิดตกที่ชื่อนายจ้างด้วย ไม่ได้ตกที่ลูกจ้างฝ่ายเดียว ก่อนให้เข้างานให้ถ่ายรูปหน้าเล่มส่งมาทางไลน์ เราแยกให้ได้ในไม่กี่นาทีว่าเป็นเล่มอะไรและขาดใบไหน
เล่มแดง เล่มเขียว เล่มม่วง ต่างกันยังไง ดูตรงไหน
เล่มแดงคือหนังสือเดินทางของประเทศเมียนมาที่ออกโดยรัฐบาลเมียนมา เล่มเขียวคือ CI หรือหนังสือรับรองสถานะบุคคล ซึ่งไม่ใช่หนังสือเดินทางเต็มรูปแบบ แต่ใช้แสดงตัวและผูกกับการทำงานในไทยได้ ส่วนเล่มม่วงคือเอกสารที่ออกให้ในรอบพิสูจน์สัญชาติยุคก่อน ในทางปฏิบัตินายจ้างมักเรียกตามสีปกเพราะจำง่ายกว่าชื่อทางการ แต่สิ่งที่ตัดสินว่าเดินเรื่องช่องทางไหนได้ ไม่ใช่สีปก แต่คือกลุ่มกฎหมายที่ลูกจ้างขึ้นทะเบียนไว้ ส่งรูปหน้าเล่มมาให้ดูจะเร็วที่สุด
ทำพาสม่วงหาย เอาบัตรชมพูไปทำเล่มเขียว ต้องทำเรื่องยังไงต่อ
เคสเอกสารหายเป็นเคสที่ห้ามเดาแล้วลงมือเอง เพราะลำดับการแจ้งหายกับการยื่นขอเล่มใหม่ผูกกับกลุ่มทะเบียนของลูกจ้าง ถ้าทำผิดลำดับจะกลายเป็นต้องเริ่มใหม่ทั้งชุด สิ่งที่เราขอก่อนเสมอคือ สำเนาหรือรูปเก่าของเล่มที่หาย บัตรชมพูใบปัจจุบัน และใบอนุญาตทำงานใบล่าสุด จากนั้นเราจะบอกได้ว่าต้องเริ่มจากใบไหน ส่วนขั้นตอนฝั่งศูนย์ออกเอกสารของทางการเมียนมานั้นเปลี่ยนบ่อยมาก เราจึงไม่ประกาศเป็นขั้นตอนตายตัวบนหน้าเว็บ แต่จะเช็กรอบล่าสุดให้ก่อนพาไป
จองคิวต่อวีซ่า CI ที่ 7-11 มีค่าใช้จ่ายกี่บาท
เราไม่ระบุตัวเลขนี้บนหน้าเว็บ เพราะค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับ CI เป็นหนึ่งในข้อมูลที่เราหาแหล่งอ้างอิงที่ยืนยันได้ไม่พบ และมันเปลี่ยนตามรอบที่เปิดให้บริการ การเขียนตัวเลขไว้ให้หน้าเว็บดูครบ แล้วคุณเตรียมเงินไปตามนั้นแต่หน้างานเก็บอีกอัตราหนึ่ง คือความเสียหายที่ตกกับคุณ ไม่ใช่ตกกับเว็บ ถ้าคุณต้องการตัวเลขรอบปัจจุบันจริง ๆ ทักไลน์มาบอกเรา เราจะเช็กช่องทางที่ตรวจสอบได้แล้วตอบกลับ
ศูนย์ CI ตอนนี้อยู่ที่ไหน แล้วจะปิดเมื่อไหร่
เราไม่ประกาศที่ตั้งศูนย์และวันปิดศูนย์ไว้บนหน้าเว็บ เพราะสองเรื่องนี้เป็นข้อมูลที่เปลี่ยนตามรอบมติและตามข้อตกลงระหว่างสองฝ่าย และเว็บที่เขียนไว้เมื่อปีก่อนก็ยังลอยอยู่ในผลค้นหาโดยไม่มีใครไปแก้ นายจ้างที่ขับรถพาลูกจ้างไปตามที่อยู่เก่าคือคนที่เสียทั้งวันทำงานและค่าน้ำมันฟรี วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือทักมาถามก่อนออกรถ เราจะเช็กรอบที่เปิดจริงให้
แรงงานพม่าที่มีบัตรชมพูแล้ว ยังต้องพิสูจน์สัญชาติไหม
ขึ้นอยู่กับว่าลูกจ้างของคุณอยู่ในกลุ่มไหน บัตรชมพูคือบัตรประจำตัวของคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ที่ฝ่ายไทยออกให้ ส่วนการพิสูจน์สัญชาติคือกระบวนการฝั่งประเทศต้นทาง ที่ทำให้ลูกจ้างมีเอกสารแสดงตนของประเทศตัวเอง สองอย่างนี้ไม่ทดแทนกัน และหลายรอบที่ผ่านมาการมีบัตรชมพูก็ไม่ได้แปลว่าจบเรื่องเอกสารแสดงตน คำตอบที่ถูกต้องกับเคสของคุณต้องดูจากกลุ่มทะเบียนและใบที่ถืออยู่จริง ส่งรูปบัตรกับใบอนุญาตทำงานมาให้ดูก่อน
อยากนำเข้าแรงงานพม่าแบบ MOU ไปทำที่แม่สายได้ไหม
ไม่ใช่ที่แม่สาย นี่คือจุดที่นายจ้างเชียงรายเข้าใจผิดกันมากที่สุด เพราะแม่สายอยู่ตรงข้ามท่าขี้เหล็กและเป็นด่านที่คนคุ้นเคยที่สุด แต่ศูนย์แรกรับเข้าทำงานและสิ้นสุดการจ้างสำหรับสัญชาติเมียนมาอยู่ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก นายจ้างเชียงรายที่นำเข้าแรงงานเมียนมาตาม MOU จึงต้องวางแผนเส้นทางผ่านแม่สอด ไม่ใช่ขับขึ้นเหนือไปแม่สาย ระยะทางและเวลาที่ต่างกันตรงนี้เปลี่ยนต้นทุนของงานทั้งชุด
MOU เมียนมาปี 2569 ยังเปิดอยู่ไหม
เราไม่ฟันธงบนหน้าเว็บ เพราะสถานะการเปิดหรือระงับของ MOU ฝั่งเมียนมาในรอบปัจจุบัน เป็นเรื่องที่เราไม่มีเอกสารยืนยันในมือ และมันเปลี่ยนได้เร็วกว่าที่เว็บไหนจะตามแก้ทัน สิ่งที่ยืนยันได้คือขนาดของช่องทางนี้ในเชียงราย ผู้ถือใบอนุญาตกลุ่มนำเข้าตาม MOU สัญชาติเมียนมาในจังหวัดนี้มี 101 คน จากยอด MOU ทั้งจังหวัด 1,208 คน ตามสถิติกรมการจัดหางาน เดือนพฤศจิกายน 2568 แปลว่าถ้าคุณกำลังหาวิธีจ้างแรงงานพม่าในเชียงราย MOU มักไม่ใช่คำตอบแรก
จะให้ลูกจ้างกลับพม่าแล้วข้ามกลับเข้ามาเอง ทำได้ไหม
เสี่ยงมาก และมีตัวเลขยืนยัน ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงรายรายงานผลปฏิบัติงาน ด่านพรมแดนแม่สาย เดือนกรกฎาคม 2569 ว่าคัดกรองคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา 5,814 คน และปฏิเสธการเข้าเมือง 2,657 คน หรือประมาณ 46 เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุมีพฤติการณ์จะเข้าไปทำงานในพื้นที่ชั้นในและไม่มีปัจจัยยังชีพ ตามมาตรา 12 (2) และ (3) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง แล้วผลักดันออก แปลว่าเกือบครึ่งหนึ่งของคนที่พยายามข้ามเข้ามาถูกส่งกลับ อย่าวางแผนกำลังคนบนสมมติฐานว่าลูกจ้างจะข้ามกลับมาได้แน่นอน
ลูกจ้างของผมถือบัตรหัว 0 นับเป็นแรงงานพม่าด้วยไหม
ในทางกฎหมายมักเป็นคนละกลุ่มกัน กลุ่มที่นายจ้างเรียกว่าบัตรหัว 0 หัว 6 หัว 7 หัว 8 อยู่ในกลุ่มชนกลุ่มน้อยตามมาตรา 63/1 ซึ่งในเชียงรายมี 15,494 คน และเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัด ส่วนกลุ่มที่ระบุสัญชาติเมียนมาชัดเจน คือกลุ่มจดทะเบียนตามมาตรา 63/2 ซึ่งมีเมียนมา 8,436 คน สองกลุ่มนี้เดินคนละเส้นทางเอกสาร เอกสารและค่าธรรมเนียมของกลุ่มมาตรา 63/1 เป็นชุดที่เรายังยืนยันจากแหล่งราชการไม่ได้ เราจึงไม่ลงรายการไว้บนหน้าเว็บ แต่รับดูแลเป็นรายเคส
ค่าใช้จ่ายในการทำเอกสารให้คนต่างด้าว เป็นหมื่นเลยหรอ
ค่าธรรมเนียมราชการฝั่งไทยที่เราอ้างอิงได้ ไม่ได้อยู่ในหลักหมื่น ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือค่าธรรมเนียมต่อใบอนุญาตทำงาน 1 ปี รวม 1,000 บาท แยกเป็นค่ายื่นคำขอ 100 บาทและค่าใบอนุญาต 900 บาท ค่าตรวจสุขภาพ 500 บาทต่อคนต่อครั้ง และบัตรประกันสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุขแบบ 1 ปี 2,100 บาทซึ่งรวมค่าตรวจแล้ว ส่วนที่ทำให้ยอดรวมบวมขึ้นคือค่าบริการของผู้รับจ้างเดินเรื่อง ค่าเดินทาง และค่าเอกสารฝั่งประเทศต้นทาง เราไม่ประกาศค่าบริการของเราบนหน้าเว็บ แต่ขอใบเสนอราคาแบบแจกแจงทางไลน์ได้ และคุณจะเห็นว่าอะไรเป็นค่าราชการ อะไรเป็นค่าบริการ
ส่งรูปเอกสารลูกจ้างมาให้เราดูก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ
บอกเราแค่สามอย่าง คือลูกจ้างถือเล่มอะไร มีบัตรชมพูหรือเปล่า และทำงานอะไรให้คุณ เราจะบอกกลับไปตรง ๆ ว่าเคสของคุณอยู่กลุ่มไหน ต้องเริ่มจากใบไหน และมีวันไหนที่ห้ามพลาด ไม่คิดค่าปรึกษา และไม่มีการให้โอนมัดจำเพื่อจองสิทธิ์ใด ๆ