กลุ่มแรงงานต่างด้าวที่พาไปตรวจสุขภาพ 6 โรคหน้าโรงพยาบาลในจังหวัดเชียงราย
ตรวจสุขภาพแรงงานต่างด้าว เชียงราย

พาแรงงานต่างด้าวไปตรวจสุขภาพ ครบทั้งใบรับรองแพทย์และบัตรประกันสุขภาพ

รับทำเอกสารต่างด้าวเชียงราย ศิริมาส เซอร์วิส รับพาแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชา ไปตรวจสุขภาพตามที่กฎหมายกำหนดในจังหวัดเชียงราย ตั้งแต่จองคิวสถานพยาบาล พาไปตรวจ 6 โรค รับใบรับรองแพทย์ตัวจริง ทำบัตรประกันสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข ไปจนถึงขึ้นทะเบียนประกันสังคมให้ลูกจ้างของคุณจนจบ

การตรวจสุขภาพคือด่านแรกของงานเอกสารทั้งชุด ถ้าใบรับรองแพทย์ไม่ออก หรือออกมาจากที่ที่ใช้ยื่นไม่ได้ เรื่องบัตรชมพู ใบอนุญาตทำงาน และวีซ่าก็เดินต่อไม่ได้สักใบ หน้านี้เราลงตัวเลขและกติกาจริงไว้ให้ครบ ก่อนที่คุณจะควักเงินจ่ายใคร

6 โรครายการโรคต้องห้ามตามกฎกระทรวง
500 บาทค่าตรวจสุขภาพ ต่อคน ต่อครั้ง
60 วันอายุใบรับรองแพทย์ ไม่ใช่ 30 วัน
30 บาทร่วมจ่ายต่อครั้งเมื่อใช้สิทธิบัตรประกันสุขภาพ
เขาตรวจอะไรกันแน่

ตรวจ 6 โรค คือตรวจอะไรบ้าง และอะไรที่ไม่ได้อยู่ในนั้น

กฎกระทรวงระบุโรคไว้ชัดเจน 6 โรค — ไม่มากไปกว่านี้

1. โรคเรื้อน

ตรวจโดยแพทย์ตามลักษณะทางคลินิก และเป็นโรคที่บัตรประกันสุขภาพครอบคลุมการรักษาให้หากตรวจพบ

2. วัณโรคในระยะอันตราย

ข้อความในกฎหมายคือ “ระยะอันตราย” ไม่ใช่การพบเชื้อทุกแบบ การชี้ขาดเป็นดุลพินิจของแพทย์ผู้ตรวจ และการรักษาวัณโรคที่ตรวจพบอยู่ในความคุ้มครองของบัตร

3. โรคเท้าช้าง

เฉพาะ “ในระยะปรากฏอาการอันเป็นที่รังเกียจแก่สังคม” ตามถ้อยคำในกฎกระทรวง ไม่ใช่ผลเลือดที่พบเชื้อโดยไม่มีอาการ

4. โรคติดยาเสพติดให้โทษ

เป็นรายการที่ตรวจปัสสาวะประกอบ และเป็นเหตุผลหนึ่งที่ลูกจ้างต้องมาแสดงตัวเอง ให้คนอื่นมาตรวจแทนไม่ได้

5. โรคพิษสุราเรื้อรัง

ประเมินโดยแพทย์ ไม่ใช่จากคำบอกเล่าของนายจ้างหรือเพื่อนร่วมงาน

6. โรคซิฟิลิสในระยะที่ 3

เฉพาะระยะที่ 3 เท่านั้น การรักษาที่ตรวจพบอยู่ในความคุ้มครองของบัตรประกันสุขภาพเช่นกัน

นอกจาก 6 โรคนี้ กฎกระทรวงยังกำหนดลักษณะต้องห้ามเรื่องวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบไว้ด้วย ส่วนงานประมงทะเลมีรายการตรวจการได้ยินและการมองเห็นเพิ่มเข้ามา ซึ่งเป็นเหตุผลที่ค่าตรวจของงานประมงแพงกว่างานทั่วไป

สองเรื่องที่เว็บอื่นเขียนผิดกันมาก: เอชไอวีและเอดส์ไม่ได้อยู่ในรายการ 6 โรคต้องห้าม และ โควิด-19 ก็ไม่ได้อยู่ในรายการ เช่นกัน ข้อความที่บอกว่ามีสองโรคนี้อยู่ในรายการมักคัดลอกมาจากหน้าเว็บเอกชนยุคปี 2566 ที่ไม่ได้อัปเดต ถ้าใครยกเรื่องนี้มาเป็นเหตุผลให้คุณจ่ายค่าตรวจเพิ่ม ให้ตั้งคำถามไว้ก่อน แล้วถามเราได้ทันที ไม่คิดค่าปรึกษา

ใบรับรองแพทย์ของแรงงานต่างด้าวในซองเอกสาร พร้อมปฏิทินนับอายุ 60 วันบนโต๊ะทำงาน
จุดที่คู่แข่งเขียนผิดที่สุด

ใบรับรองแพทย์มีอายุ 60 วัน ไม่ใช่ 30 วัน

ตามแนวทางการตรวจสุขภาพและประกันสุขภาพคนต่างด้าวของกระทรวงสาธารณสุข ใบรับรองแพทย์มีอายุ 60 วันนับจากวันตรวจ โดยมีข้อยกเว้นว่ากรณีใช้เพื่อการประกันสุขภาพให้มีอายุ 1 ปี

เรื่องนี้สำคัญกับกระเป๋าเงินคุณโดยตรง ถ้าเชื่อว่าใบรับรองแพทย์มีอายุแค่ 30 วัน คุณจะเร่งพาลูกจ้างไปตรวจซ้ำทั้งที่ใบเดิมยังใช้ได้ นั่นคือค่าตรวจอีกคนละ 500 บาท บวกค่ารถและวันทำงานที่หายไป มีลูกจ้าง 10 คน ก็คือเงินที่ไหลออกไปเปล่า ๆ 5,000 บาทต่อรอบ

  • นับวันจากวันที่แพทย์ลงนาม ไม่ใช่วันไปรับใบ
  • วางแผนย้อนกลับ — ดูวันที่ต้องยื่นใบอนุญาตทำงานก่อน แล้วค่อยนัดวันตรวจให้อยู่ในกรอบ 60 วัน
  • อย่าตรวจล่วงหน้านานเกินไป ตรวจเร็วเกินก็เสี่ยงหมดอายุก่อนถึงคิวยื่นเหมือนกัน
  • เก็บใบตัวจริงไว้ หลายขั้นตอนขอดูต้นฉบับ
ค่าตรวจและค่าบัตรประกันสุขภาพ

ตัวเลขจริงที่ราชการกำหนด แยกให้เห็นว่าอะไรคือค่าตรวจ อะไรคือค่าบัตร

ราคาบัตรประกันสุขภาพ สธ. เป็นราคารวมค่าตรวจสุขภาพแล้ว หลายคนจ่ายซ้ำเพราะไม่รู้จุดนี้

ระยะความคุ้มครอง รวมทั้งหมด ส่วนที่เป็นค่าตรวจสุขภาพ ส่วนที่เป็นค่าบัตรประกันสุขภาพ
3 เดือน (ระหว่างรอเข้าประกันสังคม)1,000 บาท500500
6 เดือน1,400 บาท500900
1 ปี2,100 บาท5001,600
1 ปี 6 เดือน3,400 บาท1,0002,400
2 ปี4,200 บาท1,0003,200
ประมงทะเล 1 ปี2,150 บาท5501,600
ประมงทะเล 2 ปี4,300 บาท1,1003,200
บุตรผู้ติดตาม อายุไม่เกิน 7 ปี · 1 ปี365 บาทยกเว้นค่าตรวจ365
บุตรผู้ติดตาม อายุไม่เกิน 7 ปี · 2 ปี730 บาทยกเว้นค่าตรวจ730
กลุ่มมาตรา 64 (ไป–กลับ ตามฤดูกาล)1,000 บาท / 3 เดือน500500

🔴 อ่านตรงนี้ก่อนตัดสินใจ: ตารางข้างบนเป็นอัตราอ้างอิงรอบปี 2568 ตามหนังสือแนวทางการตรวจและประกันสุขภาพคนต่างด้าวของกระทรวงสาธารณสุข ณ ตอนที่เขียนหน้านี้ เรายังไม่พบหนังสือเวียนกำหนดอัตรารอบปี 2569 จึงลงอัตราที่มีแหล่งอ้างอิงชัดเจนไว้ให้คุณตั้งงบคร่าว ๆ แต่ ขอแนะนำให้ยืนยันอัตราปี 2569 กับเราก่อนตัดสินใจ — ดีกว่าไปถึงหน้าเคาน์เตอร์แล้วเงินไม่พอ

และย้ำว่านี่คือค่าธรรมเนียมของทางราชการ ไม่ใช่ค่าบริการของเรา เราแยกสองก้อนนี้ให้เห็นชัดก่อนเริ่มงานเสมอ ไม่รวมเป็นก้อนเดียวแล้วบอกว่า “ทั้งหมดเท่านี้” เพราะคำถามที่นายจ้างถามกันมากที่สุดคือ “ที่จ่ายไปมันเป็นราคาตามจริงหรือเปล่า”

กลไกที่นายจ้างส่วนใหญ่ไม่รู้

บัตร 3 เดือน คือ “สะพาน” ไม่ใช่บัตรราคาถูก

เลือกระยะบัตรผิดตั้งแต่วันแรก แปลว่าจ่ายซ้ำอีกก้อนภายในไม่กี่เดือน

ลูกจ้างจะเข้าประกันสังคม → ซื้อบัตร 3 เดือน

ถ้าลูกจ้างอยู่ในกลุ่มที่ต้องเข้าระบบประกันสังคม สิทธิรักษาพยาบาลจะยังไม่เกิดทันทีในวันที่ยื่น ช่วงรอยต่อนี้เองที่บัตรประกันสุขภาพระยะ 3 เดือน ราคา 1,000 บาท ถูกออกแบบมาเพื่อคั่นไว้ พอสิทธิเกิดแล้วก็ไม่ต้องซื้อบัตรต่ออีก

ลูกจ้างเข้าประกันสังคมไม่ได้ → ซื้อบัตรระยะยาว

ถ้าลูกจ้างอยู่ในกลุ่มที่กฎหมายยกเว้นจากประกันสังคม เขาจะไม่มีสิทธิรักษาพยาบาลจากระบบไหนเลยถ้าไม่ซื้อบัตร กลุ่มนี้ต้องถือบัตรระยะ 6 เดือน 1 ปี หรือ 2 ปี ให้ครอบคลุมตลอดอายุใบอนุญาตทำงาน

เคสที่เราเจอบ่อยที่สุด คือนายจ้างซื้อบัตร 1 ปีให้ไปเรียบร้อย แล้วอีกเดือนเดียวก็ขึ้นทะเบียนประกันสังคมได้ กลายเป็นจ่ายค่าบัตรที่ไม่ได้ใช้เกือบทั้งปี เรื่องนี้ตัดสินใจครั้งเดียวจบได้ ถ้ารู้ก่อนว่าลูกจ้างของคุณอยู่กลุ่มไหน

ประกันสังคม หรือ บัตรประกันสุขภาพ

ลูกจ้างของคุณต้องเข้าทางไหน และเส้นแบ่งอยู่ตรงไหน

สองระบบนี้ไม่ได้ซ้อนกัน แต่ก็ไม่ได้เลือกได้ตามใจนายจ้าง — กฎหมายเป็นคนกำหนด

ประกันสังคม — เมื่อเข้าเงื่อนไขต้องขึ้นทะเบียน

  • ลูกจ้างอายุ 15–60 ปีบริบูรณ์ เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 กติกาเดียวกับแรงงานไทย
  • นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คน ต้องยื่นแบบรายการภายใน 30 วัน ตามมาตรา 34
  • มีการเปลี่ยนแปลงต้องแจ้งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ตามมาตรา 44
  • เอกสารหลักคือ สปส. 1-03 พร้อมสำเนาใบอนุญาตทำงาน และหนังสือเดินทางหรือบัตรชมพู
  • เอกสารยังไม่สมบูรณ์ ใช้ สปส.1-03 คู่กับ บต.48 หรือ บต.50 และสำเนาใบเสร็จจากสำนักงานจัดหางานไปก่อนได้

บัตรประกันสุขภาพ สธ. — เมื่อเข้าประกันสังคมไม่ได้

พระราชกฤษฎีกากำหนดกลุ่มที่ไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายประกันสังคมไว้ เช่น

  • งานเกษตร ประมง ป่าไม้ และเลี้ยงสัตว์ เฉพาะกรณีที่มิได้ใช้ลูกจ้างทำงานตลอดปี
  • งานที่รับทำเป็นครั้งคราว เป็นการจร หรือตามฤดูกาล
  • ลูกจ้างทำงานบ้าน ซึ่งนายจ้างเป็นบุคคลธรรมดาที่ไม่มีธุรกิจรวมอยู่ด้วย
  • งานค้าเร่หรือแผงลอย

กลุ่มเหล่านี้ไม่มีสิทธิจากประกันสังคม จึงต้องซื้อบัตรประกันสุขภาพ สธ. แทน

🔴 จุดที่เว็บส่วนใหญ่เขียนผิด และผิดแบบมีค่าปรับ: หลายที่เขียนสั้น ๆ ว่า “งานเกษตรและประมงได้รับยกเว้นประกันสังคม” ความจริงคือยกเว้นเฉพาะเมื่อมิได้ใช้ลูกจ้างตลอดปีเท่านั้น ฟาร์ม สวน หรือกิจการประมงที่จ้างคนงานอยู่ประจำทั้งปี ต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคม และมาตรา 96 กำหนดโทษนายจ้างที่ไม่ขึ้นทะเบียนไว้ที่จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากเป็นความผิดต่อเนื่องยังปรับอีกวันละไม่เกิน 5,000 บาท ส่วนการส่งเงินสมทบล่าช้ามีเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือน ไม่แน่ใจว่าการจ้างของคุณอยู่ตรงไหน อย่าเดาเอง ทักมาเล่าให้ฟังก่อน

เพดานเงินสมทบเปลี่ยนแล้ว และคู่แข่งเกือบทุกเจ้ายังเขียนตัวเลขเก่า: ตามกฎกระทรวงปี 2568 ฐานค่าจ้างสูงสุดที่ใช้คำนวณเงินสมทบปรับเป็น 17,500 บาท มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ทำให้เงินสมทบสูงสุดอยู่ที่ 875 บาทต่อเดือน จากอัตราสมทบร้อยละ 5 ขั้นต่ำ 83 บาทต่อเดือน เรื่องนี้เรายืนยันจากการรายงานของสื่อหลายสำนัก จึงแนะนำให้ยืนยันกับ สปส. 1506 อีกครั้ง ก่อนตั้งค่าในระบบเงินเดือน และอย่าลืมว่ากองทุนเงินทดแทน เป็นคนละกองทุนกับประกันสังคม และเป็นส่วนที่นายจ้างจ่ายฝ่ายเดียว

ซื้อบัตรแล้วได้อะไร

บัตรประกันสุขภาพคุ้มครองอะไร และไม่คุ้มครองอะไร

รู้ก่อนซื้อ จะได้ไม่ต้องมาเถียงกันทีหลัง

คุ้มครอง

  • ตรวจและรักษาพยาบาลทั่วไป ทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน
  • คลอดบุตร รวมถึงการดูแลทารกแรกเกิดช่วง 0–28 วัน
  • การฟื้นฟูสมรรถภาพ
  • ทันตกรรมพื้นฐาน — ถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน
  • วัคซีนสำหรับเด็ก
  • การรักษาพยาบาลฉุกเฉิน
  • การรักษาวัณโรค โรคเรื้อน และโรคซิฟิลิสที่ตรวจพบ
  • ผู้ถือบัตรร่วมจ่าย 30 บาทต่อครั้งเมื่อเข้ารับบริการ

ไม่คุ้มครอง

  • โรคจิตเวช
  • การบำบัดผู้ติดยาเสพติด
  • การรักษาผู้มีบุตรยาก
  • การผ่าตัดแปลงเพศ และศัลยกรรมเสริมสวย
  • การล้างไตและการฟอกเลือด
  • การปลูกถ่ายอวัยวะ
  • ฟันปลอม
  • อุบัติเหตุจากรถ ซึ่งต้องใช้สิทธิตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถแทน
  • ผู้ป่วยในที่นอนโรงพยาบาลเกิน 180 วันด้วยโรคเดียวกัน

ข้อที่กระทบนายจ้างมากที่สุดคือ การล้างไตและฟอกเลือดไม่อยู่ในความคุ้มครอง ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่และต่อเนื่อง กับ อุบัติเหตุจากรถ ที่ต้องไปใช้สิทธิ พ.ร.บ. รถ ไม่ใช่บัตรใบนี้ ถ้าลูกจ้างขี่มอเตอร์ไซค์ไปกลับที่ทำงานทุกวัน ควรตรวจด้วยว่ารถมี พ.ร.บ. ที่ยังไม่ขาด

ตรวจที่ไหนได้บ้าง

เลือกสถานพยาบาลผิด ใบรับรองแพทย์ใช้ยื่นไม่ได้ และเสียเงินฟรีทั้งชุด

โรงพยาบาลของรัฐ

ตรวจได้ทุกแห่ง ไม่ต้องดูรายชื่อประกาศ เป็นทางที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับนายจ้างที่ไม่อยากเสี่ยง ข้อจำกัดคือคิว และเงื่อนไขพื้นที่รับตรวจของแต่ละแห่งซึ่งไม่เหมือนกัน

สถานพยาบาลเอกชน

ต้องผ่านเกณฑ์ทั้งของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และของกรมการจัดหางาน — ผ่านหน่วยงานเดียวยังไม่พอ และต้องมีระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล TRCBAS ของสภากาชาดไทย กรมการจัดหางานออกประกาศรายชื่อสถานพยาบาลเอกชนที่ผ่านเกณฑ์เป็นฉบับ ๆ และมีการเพิ่ม–ถอนรายชื่อได้

เคสเสียเงินฟรีที่เจอซ้ำ ๆ: นายจ้างพาลูกจ้างไปตรวจกับคลินิกหรือโรงพยาบาลเอกชนใกล้บ้านเพราะคิวสั้นกว่า แต่ที่นั่นไม่ได้อยู่ในประกาศรายชื่อของกรมการจัดหางาน พอเอาใบไปยื่น เจ้าหน้าที่ไม่รับ ต้องกลับไปตรวจใหม่ทั้งชุด ถามให้ชัดก่อนจ่ายเงินเสมอ ว่าที่นั่นอยู่ในรายชื่อของกรมการจัดหางานหรือไม่ ไม่ใช่แค่ “เป็นโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน”

อีกเรื่องที่หลายคนไม่รู้ว่ามีกำหนดเวลา: ผลการตรวจสุขภาพและข้อมูลการประกันสุขภาพ ต้องถูกบันทึกเข้าระบบของกระทรวงสาธารณสุขที่ fwf.moph.go.th ภายใน 60 วัน ถ้าสถานพยาบาลไม่ได้บันทึกให้ครบ ข้อมูลของลูกจ้างอาจไม่ปรากฏในระบบตอนที่ต้องใช้สิทธิ งานของเราจึงไม่ได้จบแค่ยื่นใบรับรองแพทย์ให้คุณ

เฉพาะเชียงราย — เรื่องพื้นที่ที่ต้องเช็กก่อนขับรถ: มีข้อมูลว่าโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์จำกัดการตรวจสุขภาพแรงงานต่างด้าว ไว้เฉพาะนายจ้างและไซต์งานในเขตอำเภอเมืองเชียงราย ข้อมูลนี้เรายังไม่ได้ยืนยันกับโรงพยาบาลโดยตรง จึงขอให้ถือเป็น เรื่องที่ควรโทรยืนยันก่อนเดินทาง ไม่ใช่กฎตายตัว และนี่คือเหตุผลที่นายจ้างจากอำเภอไกล ๆ อย่างเทิง เวียงแก่น หรือแม่ฟ้าหลวง ควรให้เราเช็กรอบให้ก่อน

ตรวจสอบความเข้าใจของคุณ

5 เรื่องที่หน้าเว็บอื่นเขียนไว้ผิด และคุณเสียเงินเพราะมันได้จริง

สิ่งที่มักอ่านเจอข้อเท็จจริงตามเอกสารราชการผลถ้าเชื่อผิด
ใบรับรองแพทย์มีอายุ 30 วัน 60 วัน (ยกเว้นเพื่อการประกันสุขภาพ ให้มีอายุ 1 ปี) พาไปตรวจซ้ำโดยไม่จำเป็น เสียคนละ 500 บาท บวกค่าเดินทางและวันทำงาน
ตรวจหาเชื้อเอชไอวี ถ้าเจอแล้วทำงานไม่ได้ เอชไอวีและเอดส์ไม่อยู่ในรายการโรคต้องห้าม ตามกฎกระทรวง ให้ลูกจ้างออกจากงานโดยไม่มีเหตุตามกฎหมาย และเสี่ยงข้อพิพาทแรงงาน
ต้องตรวจโควิด-19 ด้วย ไม่อยู่ในรายการ ข้อมูลนี้มาจากหน้าเว็บยุคปี 2566 ที่ไม่ได้อัปเดต จ่ายค่าตรวจเพิ่มโดยไม่จำเป็น
งานเกษตรและประมงได้รับยกเว้นประกันสังคมทั้งหมด ยกเว้นเฉพาะเมื่อมิได้ใช้ลูกจ้างตลอดปี ฟาร์มที่จ้างประจำไม่ขึ้นทะเบียน เสี่ยงโทษตามมาตรา 96
เงินสมทบประกันสังคมสูงสุด 750 บาทต่อเดือน ฐานค่าจ้างสูงสุดปรับเป็น 17,500 บาท → สมทบสูงสุด 875 บาท ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 (ควรยืนยันกับ สปส. 1506) ตั้งค่าระบบเงินเดือนผิด ส่งเงินสมทบขาด และมีเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือน

เราไม่ได้เขียนตารางนี้เพื่อว่าใคร แต่เพราะตัวเลขพวกนี้เป็นเงินของคุณจริง ๆ ทุกบรรทัดในหน้านี้อ้างจากกฎกระทรวง หนังสือเวียนของกระทรวงสาธารณสุข และพระราชบัญญัติประกันสังคม เรื่องไหนยังยืนยันไม่ได้ เราจะบอกตรง ๆ ว่ายังยืนยันไม่ได้

รถรับแรงงานต่างด้าวจากหมู่บ้านในเชียงรายเพื่อเดินทางไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล
เราทำงานให้คุณอย่างไร

คุณอยู่กับงานของคุณ เรื่องคิวและรถ ปล่อยให้เราจัด

  1. ส่งรายชื่อและรูปเอกสารมาทางไลน์

    บอกจำนวนคน สัญชาติ ประเภทงาน และถ่ายรูปเอกสารเท่าที่มี — พาส บัตรชมพู หรือใบอนุญาตทำงานเดิม ไม่ครบก็ส่งได้

  2. เราแยกให้ว่าใครต้องซื้อบัตรระยะไหน

    ตรวจก่อนว่าใครเข้าประกันสังคมได้ ใครต้องซื้อบัตร และควรเป็นบัตร 3 เดือนหรือระยะยาว เพื่อไม่ให้จ่ายซ้ำ

  3. เช็กสถานพยาบาลและจองคิวให้

    ยืนยันว่ารอบนี้ที่ไหนรับตรวจได้ รับเขตพื้นที่ไหน และคิวว่างวันไหน แล้วนัดให้จบเป็นรอบเดียว ไม่ต้องแบ่งคนไปหลายวัน

  4. พาไปตรวจ พร้อมรถรับส่งเมื่อจำเป็น

    เรามีรถรับส่งจากหมู่บ้านหรือไซต์งานไปโรงพยาบาล มีคนอยู่ด้วยตลอดกระบวนการ และช่วยสื่อสารกับลูกจ้างที่อ่านไทยไม่คล่อง

  5. รับใบรับรองแพทย์และบัตร แล้วเดินเรื่องต่อทันที

    ส่งใบรับรองแพทย์ตัวจริงและบัตรประกันสุขภาพคืนให้คุณ พร้อมแจ้งวันหมดอายุ แล้วเดินเรื่องใบอนุญาตทำงานหรือบัตรชมพูต่อภายในกรอบ 60 วัน ไม่ปล่อยให้ใบขาดอายุระหว่างทาง

สิ่งที่เราขอจากคุณก่อนนัดวันตรวจ

  • รายชื่อลูกจ้าง พร้อมสัญชาติและวันเดือนปีเกิดเท่าที่ทราบ
  • รูปเอกสารประจำตัว — หน้าพาส เล่ม CI หรือบัตรชมพู อย่างใดอย่างหนึ่งที่มี
  • ลักษณะงานที่จ้างจริง เพราะงานประมงทะเลมีรายการตรวจและอัตราค่าตรวจต่างออกไป
  • มีบุตรผู้ติดตามหรือไม่ และอายุเท่าไหร่ เพราะกลุ่มไม่เกิน 7 ปีมีอัตราเฉพาะ
  • ที่ตั้งไซต์งานหรือที่พัก เพราะบางแห่งจำกัดพื้นที่ที่รับตรวจ
  • วันที่ต้องยื่นเอกสารรอบถัดไป เพื่อวางวันตรวจย้อนกลับให้อยู่ในกรอบ 60 วัน

สิ่งที่เราไม่ทำ

  • ไม่คิดค่าปรึกษา ถามก่อนตัดสินใจได้ ไม่ผูกมัด
  • ไม่รวมค่าราชการกับค่าบริการเป็นก้อนเดียว คุณจะเห็นเสมอว่าเงินไปอยู่ตรงไหน
  • ไม่รับมัดจำเพื่อ “จองสิทธิ์” หรือ “ล็อกคิว” ถ้ามีใครบอกให้โอนเข้าบัญชีส่วนตัวเพื่อล็อกคิว ให้สงสัยไว้ก่อน
  • ไม่ยึดพาสปอร์ตหรือเอกสารประจำตัวของลูกจ้าง แม้นายจ้างจะเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้ก็ทำไม่ได้ตามกฎหมาย
  • ไม่ใส่ตัวเลขที่ยังยืนยันไม่ได้ ถ้ายังไม่มีหนังสือเวียนรอบใหม่ เราจะบอกว่ายังไม่มี
ภาพจากหน้างานจริง

รอบตรวจสุขภาพที่เราพาไปจริง ไม่ใช่ภาพสต๊อก

ทุกภาพปิดบังใบหน้าและข้อมูลบนเอกสารแล้ว

คำถามที่พบบ่อย

เรื่องตรวจสุขภาพที่นายจ้างเชียงรายถามเรามากที่สุด

ตรวจสุขภาพแรงงานต่างด้าว เขาตรวจอะไรบ้าง

หัวใจของการตรวจคือการหาโรคต้องห้ามตามกฎกระทรวงกำหนดลักษณะต้องห้ามของคนต่างด้าวที่จะขอรับใบอนุญาตทำงาน ซึ่งมีอยู่ 6 โรค คือ โรคเรื้อน วัณโรคในระยะอันตราย โรคเท้าช้างในระยะปรากฏอาการอันเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคติดยาเสพติดให้โทษ โรคพิษสุราเรื้อรัง และโรคซิฟิลิสในระยะที่ 3 นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขเรื่องภาวะวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบด้วย ส่วนงานประมงทะเลจะมีการตรวจการได้ยินและการมองเห็นเพิ่มเข้ามา ทำให้ค่าตรวจต่างจากงานทั่วไป

ใบรับรองแพทย์ของแรงงานต่างด้าวมีอายุ 30 วันหรือ 60 วันกันแน่

60 วัน ตามแนวทางการตรวจสุขภาพและประกันสุขภาพคนต่างด้าวของกระทรวงสาธารณสุข ใบรับรองแพทย์มีอายุ 60 วันนับจากวันตรวจ ยกเว้นกรณีที่ใช้เพื่อการประกันสุขภาพซึ่งกำหนดให้มีอายุ 1 ปี เว็บไซต์จำนวนมากยังเขียนว่า 30 วัน ซึ่งทำให้นายจ้างเร่งจนเสียเงินตรวจซ้ำโดยไม่จำเป็น ถ้าคุณเพิ่งพาลูกจ้างไปตรวจมาแล้วยังไม่เกิน 60 วัน ส่งรูปใบรับรองแพทย์มาให้เราดูก่อน อาจไม่ต้องตรวจใหม่เลย

ค่าตรวจสุขภาพคนละเท่าไหร่

อัตราค่าตรวจสุขภาพตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดคือ 500 บาทต่อคนต่อครั้งสำหรับงานทั่วไป และ 550 บาทสำหรับงานประมงทะเลเพราะมีรายการตรวจการได้ยินและการมองเห็นเพิ่ม ส่วนบุตรผู้ติดตามอายุไม่เกิน 7 ปีได้รับยกเว้นค่าตรวจสุขภาพ ตัวเลขนี้เป็นค่าธรรมเนียมของสถานพยาบาล ไม่ใช่ค่าบริการของเรา และเราจะแยกให้เห็นชัดทุกครั้งก่อนเริ่มงาน

ถ้าตรวจแล้วเจอเชื้อเอชไอวี แรงงานจะทำงานไม่ได้ใช่ไหม

ไม่ใช่ เอชไอวีและเอดส์ไม่ได้อยู่ในรายการ 6 โรคต้องห้ามตามกฎกระทรวง และโควิด-19 ก็ไม่ได้อยู่ในรายการเช่นกัน ข้อมูลที่บอกว่ามีสองโรคนี้อยู่ในรายการมักมาจากหน้าเว็บเก่าหรือเอกสารของเอกชนที่คัดลอกต่อ ๆ กันมา สิ่งที่กฎหมายระบุไว้จริงคือ 6 โรคตามกฎกระทรวง บวกเงื่อนไขเรื่องวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนเท่านั้น

พาไปตรวจที่คลินิกหรือโรงพยาบาลเอกชนใกล้บ้านเลยได้ไหม

โรงพยาบาลของรัฐตรวจได้ทุกแห่ง แต่สถานพยาบาลเอกชนต้องผ่านเกณฑ์ทั้งของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และของกรมการจัดหางาน ผ่านหน่วยงานเดียวยังไม่พอ และต้องมีระบบพิสูจน์อัตลักษณ์ TRCBAS ของสภากาชาดไทยด้วย ที่ผ่านมามีนายจ้างพาลูกจ้างไปตรวจกับที่ที่ไม่อยู่ในรายชื่อ แล้วใบรับรองแพทย์ใช้ยื่นไม่ได้ ต้องเสียเงินตรวจใหม่ทั้งชุด ก่อนพาไปควรถามให้ชัดว่าที่นั่นอยู่ในประกาศรายชื่อของกรมการจัดหางานหรือไม่

ลูกจ้างเข้าประกันสังคมแล้ว ยังต้องซื้อบัตรประกันสุขภาพอีกไหม

โดยหลักคือไม่ต้อง ระบบวางไว้ว่าใครเข้าประกันสังคมได้ก็ใช้สิทธิประกันสังคม ส่วนบัตรประกันสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุขมีไว้สำหรับคนที่เข้าประกันสังคมไม่ได้ แต่ระหว่างที่ยื่นขึ้นทะเบียนแล้วสิทธิยังไม่เกิด แรงงานมักต้องถือบัตรประกันสุขภาพระยะ 3 เดือนไว้ก่อนเป็นสะพาน ส่วนการตรวจสุขภาพ 6 โรคยังต้องทำอยู่ดี เพราะเป็นเงื่อนไขของใบอนุญาตทำงาน ไม่ใช่เรื่องของสิทธิรักษาพยาบาล

ทำไมบางคนได้บัตร 3 เดือน แต่บางคนได้ 1 ปีหรือ 2 ปี

ต่างกันที่ปลายทางว่าจะเข้าประกันสังคมหรือไม่ ถ้าลูกจ้างกำลังรอเข้าระบบประกันสังคม จะใช้บัตรระยะ 3 เดือนราคา 1,000 บาทเป็นตัวคั่นระหว่างรอ พอสิทธิประกันสังคมเกิดก็ไม่ต้องซื้อบัตรต่อ แต่ถ้าลูกจ้างอยู่ในกลุ่มที่เข้าประกันสังคมไม่ได้ จะต้องซื้อบัตรระยะยาวตั้งแต่ 6 เดือนถึง 2 ปีตามรอบเอกสาร เลือกผิดตั้งแต่ต้นแปลว่าเสียเงินซ้ำซ้อน จึงควรตัดสินใจสองเรื่องนี้พร้อมกันตั้งแต่วันแรก

ทำสวนลำไยจ้างคนงานทั้งปี ต้องเข้าประกันสังคมไหม เห็นเขาบอกว่าเกษตรได้รับยกเว้น

ต้องเข้า ข้อยกเว้นของงานเกษตร ประมง ป่าไม้และเลี้ยงสัตว์ใช้เฉพาะกรณีที่นายจ้างมิได้ใช้ลูกจ้างทำงานตลอดปี ไม่ใช่ยกเว้นทั้งหมดอย่างที่หลายเว็บเขียน ถ้าคุณจ้างคนดูแลสวนอยู่ประจำทั้งปี หรือมีคนงานอยู่กับฟาร์มตลอด นั่นคือการใช้ลูกจ้างตลอดปีและเข้าข่ายต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคม ถ้าไม่แน่ใจว่าลักษณะการจ้างของคุณอยู่ตรงไหน เล่าให้เราฟังก่อนได้ ดีกว่าไปรู้ตอนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจ

ลูกเล็กที่ตามพ่อแม่มาด้วย ต้องตรวจและทำบัตรไหม

บุตรผู้ติดตามอายุไม่เกิน 7 ปีได้รับยกเว้นค่าตรวจสุขภาพ แต่ยังสามารถทำบัตรประกันสุขภาพได้ในอัตราปีละ 365 บาท หรือ 730 บาทสำหรับ 2 ปี ซึ่งถูกกว่าผู้ใหญ่มากและครอบคลุมวัคซีนเด็กกับการรักษาทั่วไป นายจ้างหลายรายมองข้ามส่วนนี้ พอเด็กป่วยขึ้นมาจึงกลายเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่ไม่ได้ตั้งงบไว้

ถ้าตรวจแล้วพบวัณโรค ต้องส่งกลับประเทศทันทีเลยไหม

ไม่ใช่ทุกกรณี สิ่งที่กฎกระทรวงระบุเป็นลักษณะต้องห้ามคือวัณโรคในระยะอันตราย ไม่ใช่การพบเชื้อทุกแบบ และบัตรประกันสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุขก็ครอบคลุมการรักษาวัณโรคที่ตรวจพบอยู่แล้ว การชี้ขาดเป็นเรื่องของแพทย์ผู้ตรวจตามผลวินิจฉัย ไม่ใช่การเดาจากผลเอกซเรย์ใบเดียว ถ้าเจอเคสแบบนี้อย่าเพิ่งบอกให้ลูกจ้างออกจากงาน ให้ถามแพทย์ให้ชัดก่อนว่าอยู่ในระยะไหนและต้องทำอย่างไรต่อ

เข้าประกันสังคมแล้วต้องหักเงินสมทบเดือนละเท่าไหร่

อัตราเงินสมทบผู้ประกันตนตามมาตรา 33 คือร้อยละ 5 ของค่าจ้าง โดยนายจ้างสมทบอีกส่วนเท่ากัน ขั้นต่ำ 83 บาทต่อเดือน จุดที่เปลี่ยนไปคือเพดานค่าจ้างที่ใช้คำนวณ ซึ่งตามกฎกระทรวงปี 2568 ปรับเป็น 17,500 บาท มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ทำให้เงินสมทบสูงสุดขยับจากเดิมเป็น 875 บาทต่อเดือน เว็บไซต์ส่วนมากยังเขียนตัวเลขเพดานเดิมอยู่ ทั้งนี้ก่อนใช้คำนวณเงินเดือนจริงควรยืนยันกับสายด่วนประกันสังคม 1506 อีกครั้ง หรือให้เราช่วยตรวจให้ก็ได้

อยู่อำเภอไกล ต้องพาคนงานเข้ามาตรวจในเมืองเองไหม

ตัวลูกจ้างต้องไปแสดงตัวที่สถานพยาบาลเองแน่นอน เพราะต้องเจาะเลือด เอกซเรย์และพิสูจน์อัตลักษณ์ แต่คุณไม่ต้องเป็นคนขับรถพาไปเอง เราจัดคิวกับสถานพยาบาล นัดวัน และมีรถรับส่งให้เมื่อจำเป็น รับตั้งแต่คนเดียวไปจนถึงกลุ่มใหญ่ทั้งไซต์งาน ที่สำคัญคือเราจะเช็กให้ก่อนว่ารอบนี้ที่ไหนรับตรวจได้ เพราะบางแห่งจำกัดพื้นที่ของนายจ้างและไซต์งาน เช่นโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ที่มีข้อมูลว่าจำกัดเฉพาะเขตอำเภอเมือง ซึ่งควรโทรยืนยันก่อนออกเดินทางทุกครั้ง

บอกจำนวนคนกับประเภทงานมา เราจัดรอบตรวจสุขภาพให้ทั้งชุด

เราจะเช็กให้ว่ารอบนี้ตรวจที่ไหนได้ ใครควรเข้าประกันสังคม ใครต้องซื้อบัตรประกันสุขภาพ และควรเป็นบัตรระยะไหน พร้อมยืนยันอัตราปี 2569 ให้ก่อนที่คุณจะจ่ายเงิน แยกค่าราชการกับค่าบริการให้ชัดตั้งแต่ต้น ไม่คิดค่าปรึกษา

แชท LINE ตอบไว โทรเลย รับสายทันที