ขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว เชียงรายลูกจ้างยังไม่มีเอกสาร เริ่มที่หน้านี้
รับทำเอกสารต่างด้าวเชียงราย ศิริมาส เซอร์วิส รับขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวให้นายจ้างทั้ง 18 อำเภอของเชียงราย ตั้งแต่ลูกจ้างที่ไม่มีเอกสารสักใบ คนที่บัตรขาดไปแล้ว และคนที่เพิ่งย้ายเข้ามาทำงานกับคุณ ให้กลายเป็นลูกจ้างที่มีชื่ออยู่ในระบบ มีใบอนุญาตทำงาน และมีนายจ้างที่นอนหลับได้ตอนมีชุดตรวจเข้าหน้างาน
- มาตรา 63/2 คือช่องทางหลักกลุ่มจดทะเบียนสถานะไม่ถูกกฎหมาย 8,901 คนในเชียงราย
- งานนี้เปิดเป็นรอบ ไม่ได้เปิดทั้งปีรอบเปิด–รอบปิด เดินตามมติ ครม. เสมอ
- แยกค่าราชการออกจากค่าบริการบอกตัวเลขที่มีแหล่งอ้างอิง ไม่ปนกันจนคุณเช็กไม่ได้
คุณไม่ได้เป็นนายจ้างคนเดียวที่มีลูกจ้างยังไม่เข้าระบบ
ตัวเลขชุดนี้มาจากสถิติคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงานคงเหลือ ประจำเดือนพฤศจิกายน 2568 ของสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน
ในกลุ่มมาตรา 63/2 ของเชียงราย แยกตามสัญชาติได้เป็น เมียนมา 8,436 คน ลาว 419 คน กัมพูชา 40 คน และ เวียดนาม 6 คน แปลว่าเวลานายจ้างเชียงรายพูดว่า “ลูกจ้างผมยังไม่มีเอกสาร” เกือบทั้งหมดกำลังพูดถึงลูกจ้างสัญชาติเมียนมา และกำลังพูดถึงช่องทางเดียวกันนี้ คุณจึงไม่ได้กำลังทำอะไรแปลกประหลาด ที่ทำให้เรื่องนี้รู้สึกยากไม่ใช่ตัวกฎหมาย แต่คือการที่ไม่มีใครอธิบายลำดับให้ฟังทั้งเส้น ว่าใบไหนมาก่อนใบไหน และวันไหนคือวันที่พลาดไม่ได้
อ่านไม่จบก็ทักได้เลย — ถ่ายรูปทุกใบที่ลูกจ้างมีอยู่ในมือ ต่อให้เป็นบัตรเก่าที่หมดอายุ ใบเสร็จเก่า หรือกระดาษที่คุณเองยังไม่รู้ว่าคือใบอะไร ส่งเข้าไลน์มาให้เราอ่าน แล้วเราจะบอกว่าเคสของคุณอยู่ช่องทางไหน
การขึ้นทะเบียนไม่ได้เปิดตลอดปี มันเปิดเป็น “รอบ”
นี่คือความต่างที่ทำให้นายจ้างวางแผนผิดกันมากที่สุด ระหว่างงานต่ออายุกับงานขึ้นทะเบียนใหม่
งานต่ออายุ = เดินตามวันหมดอายุของลูกจ้างคุณเอง
ถ้าลูกจ้างอยู่ในระบบแล้ว วันที่ต้องยึดคือวันหมดอายุบนเอกสารของเขา คุณควบคุมเวลาได้เอง ยื่นล่วงหน้าได้ วางแผนได้ทั้งปี และปัจจุบันเดินผ่านระบบออนไลน์ eworkpermit.doe.go.th เป็นหลัก
งานขึ้นทะเบียนใหม่ = เดินตามปฏิทินของรัฐ
กลุ่มที่ยังไม่มีเอกสารจะเข้าระบบได้ก็ต่อเมื่อมีมติคณะรัฐมนตรีเปิดให้ แล้วกรมการจัดหางานออกหนังสือสั่งการตามลงมา กำหนดว่าใครยื่นได้ ยื่นที่ไหน ยื่นถึงวันไหน พอปิดรอบคือปิด ต่อให้คุณมีเงินและมีเอกสารครบก็ยื่นไม่ได้ ต้องรอรอบถัดไป
คำว่า “มติ ครม.” จึงเป็นคำที่นายจ้างเชียงรายพิมพ์หากันมากที่สุดในทุกช่วงปลายปี และเพราะแต่ละรอบมีรายละเอียดไม่เหมือนกัน ทั้งกลุ่มเป้าหมาย แบบฟอร์ม และสถานที่ยื่น เราจึงไม่พิมพ์รายการเอกสารตายตัวไว้บนหน้าเว็บให้คุณจำผิด เว็บที่พิมพ์รายการเอกสารไว้เมื่อสองปีก่อนแล้วไม่แก้ คือเว็บที่ทำให้คุณเตรียมของผิดชุด
เชียงรายไม่มีศูนย์ OSS ถาวร ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จเป็นศูนย์เฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นเป็นรอบ ๆ ตามมติคณะรัฐมนตรี ไม่ใช่สำนักงานที่เปิดรอคุณอยู่ทุกวัน หน่วยที่ทำหน้าที่ใกล้เคียงที่สุดในจังหวัดคือศูนย์บริหารการทะเบียนภาค 5 สาขาเชียงราย ซึ่งเปิดจันทร์ถึงศุกร์ 08.30–16.30 น.
ลูกจ้างของคุณเข้าช่องทางไหน ดูจากตารางนี้
ตัวเลขในคอลัมน์สุดท้ายคือจำนวนผู้ถือใบอนุญาตทำงานจริงในจังหวัดเชียงราย ณ พฤศจิกายน 2568
| ช่องทาง | ใช้กับใคร | คนในเชียงราย |
|---|---|---|
| ชนกลุ่มน้อย มาตรา 63/1 | คนไร้สัญชาติและกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีเอกสารทะเบียนฝั่งไทยอยู่แล้ว กลุ่มที่เรียกกันว่าบัตรหัว 0 | 15,494 |
| จดทะเบียนสถานะไม่ถูกกฎหมาย มาตรา 63/2 | เมียนมา ลาว กัมพูชา ที่อยู่ในไทยแล้วแต่ยังไม่เข้าระบบ — คือหน้าที่คุณกำลังอ่าน | 8,901 |
| นำเข้าตาม MOU | นำคนเข้ามาใหม่จากประเทศต้นทางตามข้อตกลงระหว่างรัฐ ในเชียงรายเป็นลาว 1,100 คน | 1,208 |
| ทั่วไป มาตรา 59 | คนต่างด้าวที่ขออนุญาตทำงานตามช่องทางปกติ | 1,086 |
| ไป–กลับ ตามฤดูกาล มาตรา 64 | คนที่เข้ามาด้วยบัตรผ่านแดนที่ประเทศต้นทางออกให้ ใช้ได้เฉพาะบางประเภทงาน | 27 |
สองบรรทัดบนของตารางรวมกันคือ 24,395 คน หรือราว 91% ของตลาดแรงงานต่างด้าวในเชียงราย นี่คือเหตุผลที่เนื้อหาเรื่อง MOU ซึ่งเต็มอินเทอร์เน็ต มักไม่ตรงกับที่นายจ้างจังหวัดนี้เจอจริง
ถ้าลูกจ้างของคุณถือบัตรที่ขึ้นต้นด้วยเลข 0 หรือเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่เกิดและโตในเชียงราย เขาอาจอยู่บรรทัดแรกของตาราง ซึ่งเป็นคนละกระบวนการกัน ส่งรูปหน้าบัตรมาให้เราดูก่อน
ลูกจ้างที่ “เอกสารครบ” หนึ่งคน จริง ๆ แล้วต้องมีอะไรบ้าง
นายจ้างส่วนใหญ่คิดว่างานนี้คือ “ทำบัตรใบเดียว” ความจริงคือมันเป็นชั้น ๆ สี่ชั้น และแต่ละชั้นออกโดยคนละหน่วยงาน หมดอายุคนละวัน ต่ออายุคนละที่
- ชั้นที่ 1 — ตัวตน ลูกจ้างต้องมีเอกสารที่บอกว่าเขาคือใคร อาจเป็นทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยที่เรียกกันว่าบัตรชมพู หรือ ทร.38/1 หรือเป็นหนังสือเดินทางหรือ CI แล้วแต่กลุ่ม
- ชั้นที่ 2 — สิทธิอยู่ในราชอาณาจักร คือฝั่งตรวจคนเข้าเมือง ทั้งการตรวจลงตรา และการรายงานตัว 90 วันที่ต้องทำซ้ำทั้งปี
- ชั้นที่ 3 — สิทธิทำงาน คือใบอนุญาตทำงาน ที่ระบุนายจ้าง ประเภทงาน และสถานที่ทำงาน ผูกกับชื่อคุณโดยตรง
- ชั้นที่ 4 — สุขภาพและสวัสดิการ ใบรับรองแพทย์ บัตรประกันสุขภาพ หรือประกันสังคม แล้วแต่เงื่อนไขของลูกจ้าง
ครบสี่ชั้นเมื่อไหร่ ลูกจ้างของคุณถึงจะเรียกว่าถูกต้อง และในทางปฏิบัติ ชั้นที่ขาดบ่อยที่สุดคือชั้นที่ 2 กับชั้นที่ 4 เพราะนายจ้างมักคิดว่าจบตั้งแต่ได้บัตรมาแล้ว
ถ้าเริ่มจากศูนย์ เราเดินให้คุณแบบนี้
ลำดับด้านล่างคือโครงงานที่เราใช้กับทุกเคส ส่วนรายละเอียดของแต่ละขั้นจะขยับตามเงื่อนไขของรอบที่เปิดอยู่
-
อ่านสถานะที่แท้จริงของลูกจ้าง
ส่งรูปเอกสารทุกใบที่มีมาทางไลน์ เราดูว่าเขาเคยอยู่ในระบบมาก่อนหรือไม่ ชื่อยังค้างอยู่กับนายจ้างเก่าหรือเปล่า ขั้นนี้ใช้เวลาไม่นาน แต่ตัดสินทั้งเส้นทาง
-
เช็กว่ารอบนี้เปิดรับกลุ่มของเขาไหม
เพราะแต่ละมติกำหนดกลุ่มเป้าหมายไม่เหมือนกัน เราตรวจกับหน่วยงานก่อน แล้วบอกตรง ๆ ว่ายื่นได้เลย ต้องรอรอบใหม่ หรือควรเดินอีกช่องทางแทน
-
แจกแจงค่าใช้จ่ายก่อนลงมือ
เราแยกให้เห็นสองก้อนเสมอ คือค่าธรรมเนียมราชการที่มีอัตราตายตัว กับค่าบริการของเรา คุณจะรู้ยอดก่อนเริ่ม ไม่ใช่รู้ตอนจบ
-
พาไปตรวจสุขภาพ และคุมอายุใบรับรองแพทย์
ค่าตรวจ 500 บาทต่อคนต่อครั้ง และใบรับรองแพทย์มีอายุ 60 วัน เราวางคิวให้ใบยังไม่หมดอายุตอนถึงวันยื่น
-
จัดชุดคำขอและยื่นตามรอบ
เตรียมเอกสารฝั่งนายจ้าง ทั้งหลักฐานตัวบุคคลหรือนิติบุคคล หลักฐานสถานที่ทำงาน สัญญาจ้าง และเอกสารฝั่งลูกจ้างตามที่รอบนั้นกำหนด
-
ทะเบียนประวัติ บัตร และใบอนุญาตทำงาน
งานทะเบียนอยู่คนละหน่วยกับงานใบอนุญาตทำงาน เราคุมคิวทั้งสองฝั่งให้ต่อกัน จะได้ไม่ต้องพาลูกจ้างหยุดงานหลายวันโดยไม่จำเป็น
-
ขึ้นทะเบียนประกันสังคมภายใน 30 วัน
ใช้แบบ สปส. 1-03 พร้อมสำเนาใบอนุญาตทำงานและหนังสือเดินทางหรือบัตรชมพู กรณีเอกสารยังไม่สมบูรณ์ ใช้ บต.48 หรือ บต.50 ไปก่อนได้
-
ส่งมอบพร้อมปฏิทินรอบถัดไป
คืนเอกสารพร้อมวันหมดอายุของทุกใบ วันรายงานตัว 90 วัน และวันที่ต้องเริ่มเตรียมต่ออายุ เพราะงานนี้ไม่มีคำว่าจบ มีแต่คำว่ารอบถัดไป
ตรวจ 6 โรค ใบรับรองแพทย์ 60 วัน และบัตรประกันสุขภาพ
โรคต้องห้ามตามกฎกระทรวงมีหกโรค คือ โรคเรื้อน วัณโรคในระยะอันตราย โรคเท้าช้างในระยะปรากฏอาการอันเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคติดยาเสพติดให้โทษ โรคพิษสุราเรื้อรัง และโรคซิฟิลิสในระยะที่ 3 รวมถึงกรณีวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน ไม่มีเอชไอวีอยู่ในรายการ และไม่มีโควิด 19 ซึ่งเป็นข้อมูลยุคเก่าที่ยังตกค้างอยู่ตามหน้าเว็บเอกชนหลายเจ้า
- ค่าตรวจสุขภาพ 500 บาท ต่อคนต่อครั้ง · ประมงทะเล 550 บาท เพราะเพิ่มตรวจการได้ยินและการมองเห็น · เด็กผู้ติดตามอายุไม่เกิน 7 ปี ยกเว้นค่าตรวจ
- ใบรับรองแพทย์มีอายุ 60 วัน ไม่ใช่ 30 วัน ยกเว้นกรณีใช้เพื่อการประกันสุขภาพที่กำหนดไว้ 1 ปี
- โรงพยาบาลรัฐตรวจได้ทุกแห่ง ส่วนเอกชนต้องผ่านเกณฑ์ทั้งกรมสนับสนุนบริการสุขภาพและกรมการจัดหางาน ผ่านหน่วยเดียวไม่พอ
- ข้อมูลการตรวจต้องบันทึกเข้าระบบ fwf.moph.go.th ภายใน 60 วัน
อัตราบัตรประกันสุขภาพกระทรวงสาธารณสุข (รวมค่าตรวจแล้ว)
| ระยะคุ้มครอง | รวม | ค่าตรวจ | ค่าประกัน |
|---|---|---|---|
| 3 เดือน (ช่วงรอเข้าประกันสังคม) | 1,000 บาท | 500 | 500 |
| 6 เดือน | 1,400 บาท | 500 | 900 |
| 1 ปี | 2,100 บาท | 500 | 1,600 |
| 2 ปี | 4,200 บาท | 1,000 | 3,200 |
| เด็กผู้ติดตาม อายุไม่เกิน 7 ปี (1 ปี) | 365 บาท | ยกเว้น | 365 |
อัตราข้างต้นเป็นอัตราอ้างอิงรอบปี 2568 ตามหนังสือแนวทางการตรวจและประกันสุขภาพคนต่างด้าว ของกระทรวงสาธารณสุข เรายังไม่พบหนังสือเวียนรอบใหม่ที่ยืนยันได้ ก่อนควักเงินจริง ให้เช็กรอบล่าสุดกับเราอีกครั้ง บัตร 3 เดือนมีไว้เป็นสะพานระหว่างรอเข้าประกันสังคม
ประกันสังคม 30 วัน คือกำหนดที่ทำให้นายจ้างโดนปรับ ทั้งที่ทำเอกสารครบแล้ว
พอได้ใบอนุญาตทำงานมาแล้ว นายจ้างส่วนใหญ่รู้สึกว่างานจบ ทั้งที่ยังมีนาฬิกาอีกเรือนเดินอยู่ มาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคมกำหนดให้นายจ้างยื่นแบบรายการภายใน 30 วัน และใช้กับนายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ทั้งลูกจ้างไทยและต่างด้าว
มาตรา 96 — ไม่ขึ้นทะเบียน: จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ และถ้าเป็นความผิดต่อเนื่อง ปรับอีกวันละไม่เกิน 5,000 บาท
กรอกข้อความเท็จตามมาตรา 97 มีโทษไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท
ขัดขวางเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 98 ไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท
และเงินสมทบที่ส่งล่าช้ามีเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือน
- ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 คือลูกจ้างอายุ 15 ปีถึง 60 ปีบริบูรณ์
- แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงตามมาตรา 44 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
- เอกสารขึ้นทะเบียนใช้ สปส. 1-03 กับสำเนาใบอนุญาตทำงาน และหนังสือเดินทางหรือบัตรชมพู
- ถ้าเอกสารยังไม่สมบูรณ์ ใช้ บต.48 หรือ บต.50 พร้อมสำเนาใบเสร็จจากสำนักงานจัดหางานไปก่อน แล้วกลับมาปรับปรุงภายหลัง
- แยกให้ออกระหว่างกองทุนประกันสังคม กับกองทุนเงินทดแทน ซึ่งดูแลกรณีที่เนื่องจากการทำงานและนายจ้างจ่ายฝ่ายเดียว
ข้อยกเว้นที่หลายเว็บเขียนกำกวมจนนายจ้างเข้าใจผิด: งานเกษตร ประมง ป่าไม้ เลี้ยงสัตว์ ได้รับยกเว้น เฉพาะกรณีที่มิได้ใช้ลูกจ้างตลอดปี เท่านั้น สวนหรือฟาร์มในเชียงรายที่จ้างคนทำงานต่อเนื่องทั้งปี ต้องเข้าประกันสังคม เพราะโทษตามมาตรา 96 ตกอยู่ที่ชื่อคุณ
อีกเรื่องที่ควรรู้คือเพดานเงินสมทบมีการปรับในรอบปี 2569 ขณะที่เว็บส่วนใหญ่ยังเขียนตัวเลขเดิมที่ใช้กันมาหลายปี เราเลือกไม่พิมพ์ตัวเลขใหม่ไว้ตรงนี้ จนกว่าจะยืนยันกับสายด่วน 1506 ได้ในรอบที่คุณจะยื่นจริง ถามเรามาได้ตอนเริ่มงาน
ค่าธรรมเนียมราชการ กับค่าบริการ เป็นคนละก้อนกัน
คำถามที่นายจ้างถามกันมากที่สุดคือ “มันเป็นราคาตามจริงไหม” วิธีตอบที่ตรงที่สุดคือกางตัวเลขราชการให้ดูก่อน
| รายการ | อัตรา | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ค่ายื่นคำขออนุญาตทำงาน | 100 บาท | เก็บทุกครั้งที่ยื่นคำขอ |
| ค่าใบอนุญาตทำงาน อายุ 1 ปี | 900 บาท | รวมกับค่ายื่นคำขอเป็น 1,000 บาท |
| ค่าตรวจสุขภาพ | 500 บาท | ต่อคนต่อครั้ง · ประมงทะเล 550 บาท |
| บัตรประกันสุขภาพ | 1,000–4,200 บาท | ตามระยะคุ้มครอง อัตราอ้างอิงรอบปี 2568 |
| ค่าธรรมเนียมงานทะเบียนของแต่ละรอบ | เราไม่ระบุตัวเลข | ขึ้นกับประกาศของรอบนั้น ต้องเช็กก่อนยื่นทุกครั้ง |
| ค่าบริการของเรา | แจ้งเป็นรายเคส | ทักไลน์ขอใบเสนอราคาแยกรายการได้ ไม่มีค่าปรึกษา |
ตัวเลข 1,000 บาทต่อปี คือค่าธรรมเนียมราชการของใบอนุญาตทำงานอายุ 1 ปี ซึ่งตรวจสอบได้จากอัตราค่าธรรมเนียมของกระทรวงแรงงาน เวลาเห็นใบเสนอราคาหลักหมื่นต่อหัวแล้วรู้สึกไม่สบายใจ สิ่งที่ควรขอไม่ใช่ส่วนลด แต่คือการแยกรายการ ว่าก้อนไหนคือค่าราชการ ค่าตรวจสุขภาพ ค่าเดินทาง และค่าบริการ ถ้าผู้ให้บริการรายไหนแยกให้ไม่ได้ นั่นคือคำตอบแล้ว
สัญญาณที่ควรถอยทันที: มีคนเร่งให้โอนเงินก่อนเพื่อ “ล็อกสิทธิ์” หรือ “จองโควต้า” ให้โอนเข้าบัญชีบุคคลธรรมดา และไม่มีใบเสร็จ เราไม่เก็บมัดจำเพื่อจองสิทธิ์ใด ๆ
กำหนดของรอบปี 2569 ที่ประกาศไว้แล้ว
ทุกวันในตารางนี้ขยับได้เมื่อมีมติคณะรัฐมนตรีใหม่ ให้ใช้เป็นกรอบวางแผน แล้วเช็กรอบล่าสุดกับเราก่อนลงมือ
| วันที่ | เรื่อง |
|---|---|
| 13 กุมภาพันธ์ 2569 | กำหนดของกลุ่มใบอนุญาตทำงานสัญชาติลาวและเวียดนาม |
| 31 มีนาคม 2569 | ใบอนุญาตทำงานก้อนใหญ่หมดอายุ โดยขยายต่อได้ถึง 31 มีนาคม 2570 |
| 28 กันยายน 2569 | เส้นตายการตรวจลงตรา — พลาดแล้วแก้ยากที่สุดในบรรดาทุกใบ |
| 11 ธันวาคม 2569 | กำหนดตามมติคณะรัฐมนตรี |
| รอบมติ 24 กันยายน 2567 | กำหนดทำบัตรชมพู ภายใน 1 ปี ตามหนังสือสั่งการกรมการจัดหางาน |
สิ่งที่นายจ้างมักพลาดไม่ใช่วันที่ แต่คือระยะเวลาที่ต้องใช้ก่อนถึงวันนั้น ตรวจสุขภาพต้องนัดคิว เอกสารนิติบุคคลต้องคัดใหม่ และระบบออนไลน์มักหนาแน่นที่สุดในสัปดาห์สุดท้ายก่อนปิดรอบเสมอ เริ่มก่อนหนึ่งเดือน คุณมีทางเลือก เริ่มก่อนสามวัน คุณมีแค่ความหวัง
ในเชียงราย งานหนึ่งชิ้นพาคุณไปคนละทิศทาง
ฝั่งจัดหางานและทะเบียน อยู่ในอำเภอเมือง
สำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงราย อยู่ที่อาคารศูนย์ราชการกระทรวงแรงงาน ถนนศูนย์ราชการ ตำบลริมกก อำเภอเมือง ส่วนงานทะเบียนประวัติและบัตรอยู่ที่ ศูนย์บริหารการทะเบียนภาค 5 สาขาเชียงราย
ฝั่งตรวจคนเข้าเมือง อยู่ที่แม่สาย
ตม.จว.เชียงราย ตั้งอยู่ที่ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย ห่างจากตัวเมืองราว 63 กิโลเมตร และเชียงแสนกับเชียงของมีด่าน ตม. ของตัวเอง
มีจุดบริการในเมืองด้วย
ตม.จว.เชียงรายมีจุดบริการที่เซ็นทรัล ชั้น G ติดสำนักงานหนังสือเดินทาง ฝั่งโรบินสัน เปิดจันทร์ถึงศุกร์ 08.30–16.30 น. แต่ไม่ใช่ทุกงานที่ทำได้ที่จุดนี้
สำหรับนายจ้างที่อยู่แม่จัน แม่ฟ้าหลวง เวียงแก่น หรือเวียงป่าเป้า นี่คือ วันทำงานที่หายไปทั้งวัน บวกค่าน้ำมัน บวกค่าแรงลูกจ้างที่ต้องหยุด และถ้าเอกสารขาดใบเดียว คุณต้องทำซ้ำทั้งชุด
ค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดเชียงรายอยู่ที่ 352 บาทต่อวัน มีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568 ใช้กับลูกจ้างต่างด้าวเช่นเดียวกับลูกจ้างไทย และเป็นจุดที่ถูกตรวจได้ในภายหลัง
คำถามเรื่องขึ้นทะเบียนที่นายจ้างเชียงรายถามเรามากที่สุด
ขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวรอบ 2569 ตอนนี้เปิดอยู่ไหม
ต้องเช็กเป็นรายรอบ เพราะการขึ้นทะเบียนกลุ่มที่ยังไม่มีเอกสารไม่ได้เปิดตลอดปีเหมือนงานต่ออายุ แต่เปิดตามมติคณะรัฐมนตรีเป็นช่วง ๆ แล้วปิด กำหนดที่เรารู้แน่ในรอบนี้คือวันหมดอายุใบอนุญาตทำงานก้อนใหญ่ 31 มีนาคม 2569 ที่ขยายได้ถึง 31 มีนาคม 2570 กลุ่มลาวและเวียดนาม 13 กุมภาพันธ์ 2569 เส้นตายตรวจลงตรา 28 กันยายน 2569 และ 11 ธันวาคม 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรี วันเหล่านี้ขยับได้เมื่อมีมติใหม่ ทักไลน์มาถามรอบล่าสุดก่อนวางแผนทุกครั้ง
ลูกจ้างไม่มีเอกสารอะไรเลย เริ่มจากตรงไหน
เริ่มจากการแยกก่อนว่าเขาไม่มีเอกสารแบบไหน คนที่เกิดหรืออยู่ในไทยมานานและมีชื่อในทะเบียนราษฎรฝั่งไทย กับคนสัญชาติเมียนมา ลาว กัมพูชา ที่เข้ามาแล้วยังไม่เคยขึ้นทะเบียน เป็นคนละช่องทางกันคนละชุดเอกสาร วิธีที่เร็วที่สุดคือถ่ายรูปทุกใบที่ลูกจ้างมีอยู่ในมือ ไม่ว่าจะเป็นบัตรเก่า ใบเสร็จ ใบรับ หรือทะเบียนบ้านของเขา ส่งเข้าไลน์มาให้เราอ่าน แล้วเราจะบอกว่าเคสนี้เดินช่องทางไหนและต้องเริ่มจากใบไหนก่อน
เพิ่งพาคนข้ามมาจากฝั่งตรงข้ามเมื่อวาน ขึ้นทะเบียนให้เลยได้ไหม
ไม่ใช่แบบนั้น การขึ้นทะเบียนตามมาตรา 63/2 เป็นการผ่อนผันให้กับกลุ่มที่มติคณะรัฐมนตรีกำหนดไว้ในรอบนั้น ไม่ใช่ช่องทางที่เปิดให้พาใครข้ามมาแล้วขึ้นทะเบียนย้อนหลังได้ทันที และฝั่งด่านเองก็เข้มมาก สถิติของตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย เดือนกรกฎาคม 2569 ระบุว่าด่านพรมแดนแม่สายคัดกรอง คนสัญชาติเมียนมา 5,814 คน และปฏิเสธการเข้าเมือง 2,657 คน หรือราว 46% ด้วยเหตุมีพฤติการณ์จะเข้าไปทำงานพื้นที่ชั้นในและไม่มีปัจจัยยังชีพ ถ้าคุณกำลังคิดจะรับคนที่เพิ่งข้ามมา ให้ทักมาคุยก่อนจ้าง
ขึ้นทะเบียนกับ MOU ต่างกันอย่างไร ควรเลือกทางไหน
MOU คือการนำเข้าคนจากประเทศต้นทางเข้ามาใหม่ตามข้อตกลงระหว่างรัฐ ส่วนการขึ้นทะเบียนตามมาตรา 63/2 คือการทำคนที่อยู่ในไทยแล้วให้เข้าระบบ ตัวเลขของกรมการจัดหางานเดือนพฤศจิกายน 2568 บอกชัดว่าคนเชียงรายใช้ทางไหน กลุ่มมาตรา 63/2 มี 8,901 คน ขณะที่ MOU มีเพียง 1,208 คน และในจำนวนนั้นเป็นสัญชาติลาว 1,100 คน MOU จึงเหมาะกับนายจ้างฝั่งเชียงของที่จ้างแรงงานลาวเป็นหลัก ไม่ใช่คำตอบเริ่มต้นของนายจ้างทั่วไปในจังหวัดนี้
ค่าธรรมเนียมราชการทั้งชุดประมาณเท่าไหร่ ทำไมบางเจ้าคิดเป็นหลักหมื่น
ค่าธรรมเนียมราชการที่มีตัวเลขตายตัวและเราอ้างอิงได้คือ ค่ายื่นคำขออนุญาตทำงาน 100 บาท ค่าใบอนุญาตทำงานอายุ 1 ปี 900 บาท รวมเป็น 1,000 บาท ค่าตรวจสุขภาพ 500 บาท ต่อคนต่อครั้ง และบัตรประกันสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งรวมค่าตรวจแล้ว เริ่มที่ 1,000 บาทสำหรับ 3 เดือน และ 2,100 บาทสำหรับ 1 ปี ตามอัตราอ้างอิงรอบปี 2568 ส่วนค่าธรรมเนียมงานทะเบียนของแต่ละรอบขึ้นกับประกาศของรอบนั้น ตัวเลขหลักหมื่นที่นายจ้างเจอกันคือค่าบริการของผู้รับจ้างทำ ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมราชการ ขอใบเสนอราคาแยกรายการจากเราได้ทางไลน์
ใบรับรองแพทย์ที่ตรวจไว้เดือนที่แล้ว ยังใช้ได้ไหม
ใช้ได้ ใบรับรองแพทย์สำหรับคนต่างด้าวมีอายุ 60 วัน ไม่ใช่ 30 วัน อย่างที่หลายเว็บเขียนไว้ ยกเว้นกรณีที่ใช้เพื่อการประกันสุขภาพซึ่งกำหนดอายุไว้ 1 ปี ตามหนังสือแนวทางการตรวจและประกันสุขภาพคนต่างด้าวของกระทรวงสาธารณสุข ที่ควรระวังคือนายจ้างจำนวนมากรีบพาไปตรวจใหม่เพราะเชื่อข้อมูลผิด แล้วเสียเงินค่าตรวจซ้ำโดยไม่จำเป็น ถ้าไม่แน่ใจ ส่งรูปใบรับรองแพทย์มาให้เราดูวันที่ก่อน
ตรวจสุขภาพต่างด้าวตรวจอะไรบ้าง ต้องตรวจเอชไอวีหรือโควิดไหม
โรคต้องห้ามตามกฎกระทรวงมี 6 โรค คือ โรคเรื้อน วัณโรคในระยะอันตราย โรคเท้าช้างในระยะปรากฏอาการอันเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคติดยาเสพติดให้โทษ โรคพิษสุราเรื้อรัง และโรคซิฟิลิสในระยะที่ 3 รวมถึงกรณีวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน ไม่มีเอชไอวีหรือเอดส์อยู่ในรายการ และไม่มีโควิด 19 ซึ่งเป็นข้อมูลยุคเก่าที่ตกค้างอยู่ตามเว็บเอกชน โรงพยาบาลรัฐตรวจได้ทุกแห่ง ส่วนโรงพยาบาลเอกชนต้องผ่านเกณฑ์ทั้งกรมสนับสนุนบริการสุขภาพและกรมการจัดหางาน
ต้องซื้อบัตรประกันสุขภาพด้วย ทั้งที่จะเข้าประกันสังคมอยู่แล้วหรือเปล่า
ช่วงรอยต่อคือจุดที่ต้องมี เพราะลูกจ้างจะยังไม่มีสิทธิรักษาระหว่างรอเข้าระบบประกันสังคม กระทรวงสาธารณสุขจึงมีบัตรแบบ 3 เดือน ราคา 1,000 บาทไว้เป็นสะพาน ซึ่งรวมค่าตรวจสุขภาพ 500 บาทไว้แล้ว ส่วนลูกจ้างที่ไม่ได้เข้าประกันสังคมตามข้อยกเว้น ต้องซื้อบัตรระยะยาว 6 เดือนถึง 2 ปีแทน อัตราที่เรามีหนังสือยืนยันเป็นรอบปี 2568 ถึงเวลายื่นจริงควรเช็กกับเราอีกครั้งว่ามีการปรับหรือยัง
ขึ้นทะเบียนเสร็จแล้ว ต้องยื่นประกันสังคมภายในกี่วัน ไม่ยื่นมีโทษอะไร
มาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคมกำหนดให้นายจ้างยื่นแบบรายการภายใน 30 วัน และใช้กับนายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป เหมือนกันทั้งลูกจ้างไทยและต่างด้าว ถ้าไม่ขึ้นทะเบียน มาตรา 96 กำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถ้าเป็นความผิดต่อเนื่องยังปรับอีกวันละไม่เกิน 5,000 บาท ส่วนเงินสมทบที่ส่งล่าช้ามีเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือน
ลูกจ้างทำงานบ้านหรือทำสวนให้ที่บ้าน ต้องเข้าประกันสังคมไหม
ต้องดูให้ละเอียดกว่าที่เว็บทั่วไปเขียน กลุ่มที่ได้รับยกเว้นตามพระราชกฤษฎีกาคือ ลูกจ้างทำงานบ้านที่นายจ้างเป็นบุคคลธรรมดาและไม่มีธุรกิจรวมอยู่ด้วย งานครั้งคราวหรือตามฤดูกาล งานค้าเร่แผงลอย และงานเกษตร ประมง ป่าไม้ เลี้ยงสัตว์ เฉพาะกรณีที่มิได้ใช้ลูกจ้างตลอดปีเท่านั้น ฟาร์มหรือสวนที่จ้างคนทำงานตลอดทั้งปีจึงต้องเข้าประกันสังคม เล่าลักษณะการจ้างจริงมาทางไลน์ แล้วเราจะบอกว่าเคสของคุณเข้าข้อยกเว้นหรือไม่
ขึ้นทะเบียนแล้วต้องทำอะไรต่ออีกในรอบปี
งานที่ตามมาหลังขึ้นทะเบียนคือ การแจ้งที่พักคนต่างด้าว การรายงานตัว 90 วันผ่านระบบ tm47.immigration.go.th การตรวจลงตราหรือขออยู่ต่อให้ทันกำหนด การส่งเงินสมทบประกันสังคมทุกเดือน การต่ออายุใบอนุญาตทำงาน ซึ่งมีค่าธรรมเนียมราชการ 1,000 บาทต่อปี และการแจ้งออกเมื่อลูกจ้างลาออกหรือหายไป นายจ้างส่วนใหญ่ที่โดนปรับไม่ได้พลาดตอนขึ้นทะเบียน แต่พลาดตอนลืมนาฬิกาเรือนใดเรือนหนึ่งหลังจากนั้น
นายจ้างต้องไปเองทุกหน่วยงานไหม และระหว่างรอ ลูกจ้างทำงานได้หรือยัง
บางขั้นตอนต้องมีตัวลูกจ้างจริงเพราะมีการเก็บอัตลักษณ์และถ่ายรูป บางขั้นตอนใช้เอกสารมอบอำนาจได้ เราจึงจัดคิวให้เหลือการเดินทางน้อยที่สุดเท่าที่รอบนั้นอนุญาต ส่วนคำถามว่าระหว่างรอผลทำงานได้หรือยัง ขึ้นกับว่ารอบนั้นออกใบรับแบบไหนให้ และแนวปฏิบัติของสำนักงานจัดหางานจังหวัดในช่วงนั้น เราไม่ตอบเป็นสูตรตายตัวบนหน้าเว็บ เพราะถ้าตอบผิดคนที่รับความเสี่ยงคือคุณ
มีคนเสนอให้โอนมัดจำเพื่อล็อกโควตาในรอบนี้ ควรโอนไหม
อย่าเพิ่งโอน คำว่าล็อกสิทธิ์หรือจองโควต้าไว้ก่อน เป็นรูปแบบที่นายจ้างถูกหลอกบ่อยที่สุด สัญญาณอันตรายคือการเร่งว่าโควต้าจะหมด การให้โอนเข้าบัญชีบุคคลธรรมดา และการไม่มีใบเสร็จ ของจริงคือรอบเปิดตามมติคณะรัฐมนตรีและประกาศของหน่วยงาน ไม่ใช่สิทธิที่ใครล็อกไว้ขายได้ เราไม่เก็บมัดจำเพื่อจองสิทธิ์ และแจกแจงให้ก่อนเสมอว่าส่วนไหนคือค่าธรรมเนียมราชการและส่วนไหนคือค่าบริการ
ยังไม่รู้ว่าลูกจ้างของคุณเข้ารอบไหน ให้เราดูให้ก่อน
ถ่ายรูปเอกสารที่ลูกจ้างมีอยู่ทุกใบ แล้วบอกเราสามอย่าง คือสัญชาติอะไร อยู่ไทยมานานแค่ไหน และทำงานอะไรให้คุณ เท่านี้เราก็บอกได้ว่าเคสของคุณเดินช่องทางไหน และมีวันไหนที่ห้ามพลาด ไม่คิดค่าปรึกษา