เล่มแรกของลูกจ้าง เริ่มจากศูนย์ก็ทำได้

ทำพาสปอร์ตต่างด้าว เชียงรายพาส CI และเอกสารแสดงตัวตนใบแรก

รับทำเอกสารต่างด้าวเชียงราย ศิริมาส เซอร์วิส ดูแลเอกสารแสดงตัวตนใบแรกให้แรงงานสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชาในจังหวัดเชียงราย ทั้งหนังสือเดินทาง เอกสารรับรองบุคคล (CI) และเส้นทางของกลุ่มที่ไม่มีสัญชาติจะไปขอพาสปอร์ตตั้งแต่ต้น ลูกจ้างยังไม่มีอะไรเลยสักใบก็เริ่มคุยกับเราได้

  • บอกได้ก่อนว่าต้องทำเล่มไหมบางกลุ่มไม่ต้องทำพาสปอร์ตเลย
  • แยกเล่มแดง เล่มเขียว เล่มม่วงดูจากตัวเล่มจริง ไม่ใช่เดาจากสี
  • ไม่ต้องส่งลูกจ้างข้ามแดนสุ่มสี่สุ่มห้าชายแดนแม่สายปฏิเสธเข้าเมืองจริง
กลุ่มแรงงานเมียนมาถือเล่มเอกสารรับรองบุคคล CI ที่ได้รับ หน้าป้ายศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคล

คำถามที่นายจ้างเชียงรายถามเข้ามามากที่สุดในเรื่องนี้ไม่ใช่ “ทำพาสปอร์ตยังไง” แต่คือ “ลูกจ้างผมไม่มีเอกสารอะไรเลย ต้องเริ่มตรงไหน” และคำตอบที่ถูกต้องมักจะไม่ใช่การรีบไปทำเล่ม

เพราะคำว่า “พาส” ที่คนพูดกันติดปาก รวมของอย่างน้อยสามสี่อย่างเข้าด้วยกัน บางคนหมายถึงหนังสือเดินทางตัวจริง บางคนหมายถึงเล่ม CI บางคนหมายถึงเล่มรุ่นเก่าที่ได้มาตอนพิสูจน์สัญชาติเมื่อหลายปีก่อน และมีอีกจำนวนไม่น้อยที่ถือบัตรที่ฝ่ายไทยออกให้ แล้วเข้าใจว่าตัวเองมีพาสแล้ว ถ้าแยกไม่ออกตั้งแต่ตรงนี้ คุณอาจจ่ายเงินทำเล่มที่ลูกจ้างไม่จำเป็นต้องมี หรือแย่กว่านั้นคือรอเล่มที่ไม่มีวันออกให้เขาได้เลย

สิ่งที่เราทำในบริการนี้จึงเริ่มจากการอ่านเอกสารที่มีอยู่ในมือให้ขาดก่อน แล้วค่อยบอกว่าเคสของคุณต้องเดินสายไหน — สายหนังสือเดินทาง สายเอกสารรับรองบุคคล หรือสายบัตรหัว 0 ตามมาตรา 63/1 ที่ไม่ต้องมีพาสปอร์ตเลย ถามก่อนได้ ไม่คิดค่าปรึกษา และไม่ต้องโอนอะไรมาก่อนทั้งสิ้น

ข้อเท็จจริงที่แทบไม่มีใครบอกคุณ

แรงงานเชียงรายส่วนใหญ่ ไม่ได้เดินทางสายพาสปอร์ต

ตัวเลขจริงของจังหวัดบอกไว้ชัด และมันเปลี่ยนคำตอบทั้งหมดของคำถาม “ต้องทำพาสก่อนไหม”

26,766ใบอนุญาตทำงานคงเหลือทั้งจังหวัดเชียงราย
15,494ชนกลุ่มน้อย ตามมาตรา 63/1
8,901ขึ้นทะเบียนตามมาตรา 63/2
1,208นำเข้าแบบ MOU (เป็นลาว 1,100)

ตัวเลขชุดนี้มาจากสถิติคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงานคงเหลือ เดือนพฤศจิกายน 2568 ของสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน อ่านแล้วจะเห็นภาพเดียวกันกับที่เราเจอหน้างานทุกสัปดาห์ คือ กลุ่มที่ใหญ่ที่สุดของเชียงรายคือชนกลุ่มน้อยตามมาตรา 63/1 ถึง 15,494 คน ตามด้วยกลุ่มมาตรา 63/2 อีก 8,901 คน ส่วนกลุ่มนำเข้าแบบ MOU ที่หลายจังหวัดถือเป็นงานหลัก ที่นี่มีเพียง 1,208 คน และเป็นสัญชาติลาวเสีย 1,100 คน เมียนมาแค่ 101 คน กัมพูชา 7 คน

ความหมายที่ใช้ได้จริงกับกระเป๋าเงินของคุณ: แรงงานจำนวนมากในเชียงรายเป็นคนไร้สัญชาติและชนกลุ่มน้อย ที่เกิดหรือเติบโตในพื้นที่ชายแดนมาตั้งแต่ต้น พวกเขาไม่มีสัญชาติของประเทศใดให้ไปยื่นขอหนังสือเดินทาง และจะรอให้ประเทศต้นทางออกเล่มให้ก็ไม่มีวันได้ เส้นทางที่ถูกต้องของคนกลุ่มนี้คือ บัตรประจำตัวหัว 0, 6, 7, 8 ที่ฝ่ายไทยออกให้ แล้วขอใบอนุญาตทำงานตามมาตรา 63/1 ไม่ใช่การไปทำพาสปอร์ต ถ้ามีใครบอกให้คุณจ่ายค่าทำพาสให้แรงงานกลุ่มนี้ ให้หยุดแล้วถามก่อน

เรื่องนี้ไม่ใช่รายละเอียดปลีกย่อย มันคือความต่างระหว่างการเสียเงินหลายพันต่อหัวไปกับเอกสารที่ใช้ไม่ได้ กับการเดินเรื่องถูกช่องตั้งแต่วันแรก และเป็นเหตุผลที่เราขอดูรูปเลขนำหน้าบัตรของลูกจ้างก่อนเสมอ ก่อนจะพูดถึงเรื่องเล่มใด ๆ ทั้งสิ้น

ศัพท์ที่นายจ้างใช้จริง

เล่มแดง เล่มเขียว เล่มม่วง กับกลุ่มที่ไม่มีเล่มเลย

คนในวงการเรียกกันตามสีปก แต่สีไม่ใช่ชื่อทางกฎหมาย และเปลี่ยนไปตามรุ่นที่ออก

คำที่คนเรียกกันจริง ๆ แล้วคือเอกสารอะไรใครเป็นคนออกให้ใช้ทำอะไรได้
เล่มแดง หนังสือเดินทางเมียนมาตัวจริง ที่คนในวงการเรียกกันว่าเล่ม PJ ทางการประเทศต้นทาง เป็นเอกสารเดินทางเต็มรูป ใช้ยื่นวีซ่าและใบอนุญาตทำงานได้ แต่เป็นเล่มที่ได้มายากที่สุดสำหรับคนที่ไม่มีหลักฐานฝั่งต้นทาง
เล่มเขียว เอกสารรับรองบุคคล หรือ CI (หนังสือรับรองสถานะบุคคล) ทางการประเทศต้นทาง ออกให้คนของตนที่อยู่ในไทย ผ่านศูนย์ออกเอกสารเฉพาะกิจ ใช้เป็นเอกสารแสดงตัวตนเพื่อขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงานได้ แต่ไม่มีศักดิ์เท่าหนังสือเดินทางในการเดินทางระหว่างประเทศ
เล่มม่วง / พาสม่วง เอกสารเดินทางรุ่นที่ออกในกระบวนการพิสูจน์สัญชาติรอบก่อน ๆ (ที่คนเรียกกันว่า TP) ทางการประเทศต้นทาง ในรอบพิสูจน์สัญชาติยุคก่อน เป็นเล่มรุ่นเก่า หลายเคสถึงรอบต้องเปลี่ยนเป็นเล่มรุ่นใหม่ ควรให้ตรวจก่อนใช้ยื่นอะไรต่อ
ไม่มีเล่ม แต่มีบัตรหัว 0, 6, 7, 8 บัตรประจำตัวผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียนหรือชนกลุ่มน้อย ที่ออกจากทะเบียนฝั่งไทย ฝ่ายไทย ผ่านงานทะเบียนของอำเภอ ไม่ใช่เอกสารเดินทาง แต่ใช้ขอใบอนุญาตทำงานตามมาตรา 63/1 ได้ กลุ่มนี้คือกลุ่มใหญ่ที่สุดของเชียงราย

ขอเตือนเรื่องสีไว้ตรงนี้: คำว่าเล่มแดง เล่มเขียว เล่มม่วง เป็นภาษาพูดของคนหน้างาน ไม่ใช่ชื่อในกฎหมาย และสีปกเปลี่ยนไปตามรุ่นและตามรอบที่ออก ในบางรอบเล่ม CI ที่ออกมาก็เป็นปกสีแดง จนนายจ้างคนละยุคเรียกกันคนละอย่างสนิท เพราะฉะนั้นอย่าตัดสินจากสี ให้ดูข้อความบนหน้าปกและหน้าแรกของเล่ม ถ่ายรูปสองหน้านี้ส่งมา เราบอกได้ภายในไม่กี่นาทีว่าเป็นเล่มอะไรและใช้ทำอะไรต่อได้

นายจ้างเชียงรายนั่งปรึกษาเรื่องการทำพาสปอร์ตและเอกสารรับรองบุคคลใบแรกให้ลูกจ้างต่างด้าว
คำถามยอดฮิต

CI กับพาสปอร์ต ต่างกันตรงไหน แล้วลูกจ้างควรได้ตัวไหน

พูดให้สั้นที่สุดคือ พาสปอร์ตเป็นหนังสือเดินทางเต็มรูป ที่ประเทศต้นทางออกให้พลเมืองของตัวเอง ส่วน CI เป็นเอกสารรับรองว่าคนคนนี้เป็นคนของประเทศนั้นจริง ออกให้เพื่อใช้อยู่และทำงานในไทยเป็นหลัก ทั้งคู่ทำหน้าที่ “บอกว่าเขาเป็นใคร” ได้เหมือนกัน แต่ศักดิ์ในการเดินทาง เงื่อนไข และรอบการทำไม่เท่ากัน

  • ทั้งพาสปอร์ตและ CI ใช้เป็นเอกสารแสดงตัวตนเพื่อขอตรวจลงตราและใบอนุญาตทำงานได้
  • CI ผูกกับรอบที่เปิด — ศูนย์ออกเอกสารเป็นศูนย์เฉพาะกิจ เปิดปิดตามข้อตกลงระหว่างประเทศเป็นช่วง ๆ
  • พาสปอร์ตตัวจริงมั่นคงกว่าในระยะยาว แต่ต้องมีหลักฐานฝั่งประเทศต้นทางรองรับ
  • คนไร้สัญชาติไม่ได้ทั้งสองอย่าง — เส้นทางของเขาอยู่ที่บัตรฝ่ายไทยและมาตรา 63/1

ในทางปฏิบัติ นายจ้างไม่ค่อยได้ “เลือก” ว่าจะให้ลูกจ้างได้ตัวไหน เพราะมันขึ้นกับสถานะของตัวลูกจ้างและรอบที่ทางการเปิดในขณะนั้น หน้าที่ของเราคือบอกให้คุณรู้ตั้งแต่ต้นว่าตอนนี้ประตูไหนเปิดอยู่บ้าง แล้ววางลำดับให้ถูก

แยกตามสัญชาติ

สามสัญชาติ สามเส้นทาง และหนึ่งกลุ่มที่ไม่เข้าพวก

ที่เชียงราย สัดส่วนของแต่ละกลุ่มไม่เหมือนจังหวัดอุตสาหกรรมเลย

เมียนมา (พม่า)

กลุ่มใหญ่สุดของเชียงราย แต่ส่วนมากไม่ได้เข้ามาแบบนำเข้า — ตัวเลข MOU เมียนมาของทั้งจังหวัดมีแค่ 101 คน คนส่วนใหญ่จึงอยู่ในสายเอกสารรับรองบุคคล สายพิสูจน์สัญชาติ หรือสายบัตรฝ่ายไทย และถ้าคุณคิดจะทำ MOU เมียนมา ต้องรู้ก่อนว่าศูนย์แรกรับเข้าทำงานและสิ้นสุดการจ้างของฝั่งเมียนมาอยู่ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ไม่ใช่แม่สาย

ลาว

เป็นสัญชาติเดียวที่สายนำเข้าแบบ MOU ใช้งานจริงในเชียงราย — 1,100 คนจากยอด MOU ทั้งจังหวัด 1,208 คน ซึ่งสอดคล้องกับด่านฝั่งเชียงของ กลุ่มนี้มักมีหนังสือเดินทางตัวจริงมาตั้งแต่ต้นทาง งานของเราจึงเป็นการดูให้ว่าเล่มกับสิทธิอยู่และใบอนุญาตทำงานเดินตรงรอบกันหรือเปล่า

กัมพูชา

พบน้อยที่สุดในเชียงราย ยอดนำเข้าทั้งจังหวัดอยู่ที่ 7 คน แต่ก็ยังมีนายจ้างที่รับช่วงคนมาจากจังหวัดอื่น เคสแบบนี้มักติดเรื่องเอกสารเดิมที่ผูกกับนายจ้างเก่าในต่างจังหวัด ต้องไล่ประวัติให้ครบก่อน ไม่อย่างนั้นยื่นไปก็ตีกลับ

และกลุ่มที่ไม่เข้าพวกทั้งสาม: ชนกลุ่มน้อยและผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียนในพื้นที่ชายแดนเชียงราย ทั้งไทใหญ่ ดาราอั้ง ปะโอ อาข่า ลาหู่ และอีกหลายชาติพันธุ์ คนกลุ่มนี้อาจพูดพม่าได้ ดูเหมือนแรงงานพม่าทุกอย่าง แต่ไม่มีสัญชาติเมียนมาให้ไปขอเล่ม ถ้าเอาเขาไปเข้าคิวทำ CI ก็จะเสียเวลาเปล่า เส้นทางของเขาคือบัตรฝ่ายไทยและใบอนุญาตทำงานตามมาตรา 63/1 ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดของจังหวัดนี้

ความเชื่อที่แพงที่สุด

“ต้องส่งเขากลับไปทำเล่มที่บ้านก่อนใช่ไหม”

ก่อนจะให้ใครข้ามด่าน อ่านสองกล่องนี้ก่อน

คำตอบสั้น ๆ คือ ไม่เสมอไป

หลายกรณีดำเนินการได้จากในประเทศไทย ผ่านช่องทางที่ประเทศต้นทางเปิดให้กับคนของตนที่ทำงานอยู่ในไทย ซึ่งเป็นเหตุผลที่ระบบเอกสารรับรองบุคคลมีอยู่ตั้งแต่แรก สิ่งที่เปลี่ยนบ่อยคือรอบที่เปิด สถานที่ที่ต้องไป และเอกสารที่ต้องเตรียม ไม่ใช่หลักการ ดังนั้นสิ่งที่ควรทำคือถามสถานะรอบปัจจุบันก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ ไม่ใช่รีบให้ลูกจ้างลางานกลับบ้านเพราะได้ยินคนเล่ามา

เพราะขากลับเข้ามาคือความเสี่ยงจริง

ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงรายเผยผลปฏิบัติงานด่านพรมแดนแม่สายเดือนกรกฎาคม 2569 ว่า คัดกรองคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา 5,814 คน และปฏิเสธการเข้าเมือง 2,657 คน หรือราว 46 เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุ “มีพฤติการณ์จะเข้าไปทำงานในพื้นที่ชั้นใน” และ “ไม่มีปัจจัยยังชีพ” ตามมาตรา 12 (2) (3) พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง แล้วผลักดันออก

แปลเป็นภาษานายจ้างคือ ออกไปง่าย กลับเข้ามาไม่ง่าย การส่งลูกจ้างข้ามแดนโดยไม่วางแผน อาจแลกมาด้วยการที่เขาไม่ได้กลับมาทำงานให้คุณอีกเลย

แรงงานเมียนมายืนถือเอกสารรับรองบุคคล CI ที่เพิ่งได้รับ บริเวณลานหน้าศูนย์ออกเอกสาร
เราทำให้ยังไง

ห้าขั้นตอน ตั้งแต่ยังไม่มีอะไรเลย จนถือเล่มอยู่ในมือ

  1. ส่งรูปทุกอย่างที่มี แม้จะดูไม่เกี่ยว

    บัตรใบไหนก็ได้ที่ฝ่ายไทยเคยออกให้ ใบเสร็จจากอำเภอ ทะเบียนประวัติเก่า เล่มที่ขาดแล้ว หรือรูปถ่ายเอกสารเดิมที่หายไป ทุกใบมีค่าในการไล่สถานะ

  2. เราอ่านเลขนำหน้าบัตรและชนิดของเล่ม

    เลขหลักแรกของบัตรบอกได้เกือบทั้งหมดว่าเขาอยู่กลุ่มไหน และหน้าปกเล่มบอกว่ามีอะไรอยู่ในมือจริง จากตรงนี้เราจะรู้ว่าต้องเดินสายพาสปอร์ต สาย CI หรือสายมาตรา 63/1

  3. บอกทางเดินและค่าใช้จ่ายก่อนเริ่ม

    แยกให้ชัดว่าส่วนไหนคือค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายให้ทางราชการหรือฝั่งประเทศต้นทาง ส่วนไหนคือค่าบริการของเรา ตกลงกันให้จบก่อน แล้วค่อยเริ่มงาน

  4. นัดวันและพาไปเฉพาะขั้นที่ต้องไปเอง

    ถ่ายรูปทำเล่ม เก็บอัตลักษณ์บุคคล ตรวจสุขภาพ — สามอย่างนี้ตัวลูกจ้างต้องไปเอง เรารวบให้อยู่ในรอบเดียวเท่าที่ทำได้ และมีรถรับส่งให้เมื่อจำเป็น

  5. ต่อยอดให้จบเป็นชุด ไม่ใช่จบแค่เล่ม

    ได้เล่มแล้วยังทำงานไม่ได้ ต้องมีสิทธิอยู่ในราชอาณาจักรและใบอนุญาตทำงานที่ระบุชื่อคุณเป็นนายจ้างด้วย เราวางลำดับให้ต่อกันทันรอบ พร้อมแจ้งวันหมดอายุรอบถัดไป

อย่าหยุดที่เล่ม

“เขาบอกว่ามีพาสแล้ว จ้างเลยได้มั้ย” — ยังไม่ได้

เอกสารของแรงงานหนึ่งคนตอบคำถามคนละข้อกัน และต้องครบทั้งสามข้อ

1. เขาเป็นใคร

หนังสือเดินทาง เอกสารรับรองบุคคล (CI) หรือบัตรประจำตัวที่ฝ่ายไทยออกให้ อย่างใดอย่างหนึ่งตามกลุ่มของเขา นี่คือส่วนที่หน้านี้พูดถึง และเป็นแค่ใบแรกเท่านั้น

2. อยู่ในไทยได้ถึงเมื่อไหร่

การตรวจลงตราหรือการได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อตามมติคณะรัฐมนตรีที่ใช้อยู่ในขณะนั้น มีวันหมดอายุแยกจากตัวเล่ม เล่มยังไม่ขาดแต่สิทธิอยู่ขาดแล้วก็ทำงานไม่ได้

3. ทำงานกับใครได้

ใบอนุญาตทำงานที่ระบุชื่อคุณเป็นนายจ้าง ของนายจ้างเก่าใช้ต่อไม่ได้ และการมีพาสอย่างเดียวไม่เคยแปลว่าจ้างได้ ทั้งคุณและลูกจ้างมีความผิดถ้าเริ่มงานก่อน

เวลามีคนมาสมัครงานแล้วบอกว่า “มีพาสแล้วครับ” สิ่งที่ควรถามกลับไม่ใช่ “มีจริงเหรอ” แต่คือ “ขอดูหน้าเล่ม หน้าที่มีตรา และใบอนุญาตทำงานด้วย” ถ้าเขาให้ดูไม่ครบสามอย่าง แปลว่ายังมีงานที่ต้องทำอยู่ ส่งรูปมาให้เราตรวจก่อนรับเข้าทำงานได้เลย ไม่คิดค่าบริการในขั้นนี้

เอกสารเดินทางและแฟ้มเอกสารของแรงงานต่างด้าววางบนโต๊ะทำงาน เตรียมยื่นทำเล่มใบแรก
เรื่องเงิน พูดกันตรง ๆ

ทำไมเราไม่ประกาศค่าทำเล่มไว้บนหน้าเว็บ

เพราะค่าธรรมเนียมของเล่ม รอบที่เปิดให้ทำ และเงื่อนไขของฝั่งประเทศต้นทาง เปลี่ยนบ่อยกว่าที่เว็บไซต์จะตามทัน เว็บที่แปะตัวเลขไว้เฉย ๆ มักเป็นตัวเลขของรอบที่ผ่านไปแล้ว และตัวเลขล้าสมัยหนึ่งตัวทำให้คุณวางแผนงานผิดทั้งชุด เราจึงเลือกที่จะบอกโครงสร้างให้ชัดแทน แล้วให้คุณทักมาถามอัตราของรอบปัจจุบัน

  • แยกสองก้อนเสมอ — ค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายให้หน่วยงาน กับค่าบริการของเรา ไม่รวมเป็นก้อนเดียว
  • ไม่มีการ “จองสิทธิ์” หรือ “ล็อกโควตา” — รอบต่าง ๆ เปิดตามประกาศทางราชการ ไม่มีใครล็อกให้ล่วงหน้าได้
  • ระวังคนที่เร่งให้โอน โดยอ้างว่าโควตาใกล้หมด ให้โอนเข้าบัญชีส่วนตัว และไม่ออกหลักฐานการรับเงิน
  • ถามก่อนไม่เสียเงิน — ปรึกษาแล้วไปยื่นเองก็ได้ เราไม่เก็บค่าปรึกษาและไม่มีมัดจำ
คำถามที่พบบ่อย

เรื่องเล่มแรก ที่นายจ้างถามเรามากที่สุด

พาสปอร์ตต่างด้าวมีกี่ประเภท

ในทางปฏิบัติที่นายจ้างเจอจริงมีอยู่ไม่กี่แบบ คือหนังสือเดินทางตัวจริงที่ประเทศต้นทางออกให้ เอกสารรับรองบุคคลหรือ CI ที่ทางการประเทศต้นทางออกให้กับคนของตัวเองที่อยู่ในไทย และเอกสารเดินทางรุ่นเก่าที่ออกมาในกระบวนการพิสูจน์สัญชาติรอบก่อน ๆ นอกจากนั้นยังมีอีกกลุ่มใหญ่ที่ไม่มีเล่มใดเลยเพราะเป็นคนไร้สัญชาติหรือชนกลุ่มน้อย ซึ่งใช้บัตรที่ฝ่ายไทยออกให้แทน ไม่ได้ทำพาสปอร์ต ส่งรูปหน้าเล่มหรือหน้าบัตรมาทางไลน์ เราแยกให้ได้ทันที

CI กับพาสปอร์ตต่างกันอย่างไร

พาสปอร์ตคือหนังสือเดินทางเต็มรูปแบบที่ประเทศต้นทางออกให้พลเมืองของตัวเอง ส่วน CI หรือเอกสารรับรองบุคคลเป็นเอกสารที่ออกให้เพื่อรับรองว่าคนคนนี้เป็นคนของประเทศนั้นจริง สำหรับใช้ประกอบการอยู่และทำงานในไทยเป็นหลัก ไม่ได้มีศักดิ์เท่าหนังสือเดินทางในการเดินทางระหว่างประเทศ ทั้งสองอย่างใช้เป็นเอกสารแสดงตัวตนเพื่อขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงานได้ แต่เงื่อนไข รอบการเปิดให้ทำ และการต่ออายุไม่เหมือนกันเลย

ทำพาสปอร์ตแรงงานต่างด้าวต้องกลับประเทศไหม

ไม่เสมอไป และในทางปฏิบัติเราจะพยายามหาทางที่ไม่ต้องให้ลูกจ้างข้ามแดนก่อนเสมอ เพราะการกลับออกไปแล้วเข้ามาใหม่มีความเสี่ยงจริง ข้อมูลของตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงรายเดือนกรกฎาคม 2569 ระบุว่าคัดกรองคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมาที่ด่านแม่สาย 5,814 คน และปฏิเสธการเข้าเมือง 2,657 คน หรือราว 46 เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุมีพฤติการณ์จะเข้าไปทำงานในพื้นที่ชั้นในและไม่มีปัจจัยยังชีพ ออกไปง่ายแต่กลับเข้ามาไม่ง่าย จึงต้องวางแผนก่อนตัดสินใจ

ลูกจ้างเป็นชนกลุ่มน้อยเกิดในไทย ต้องทำพาสปอร์ตไหม

ส่วนใหญ่ไม่ต้อง และนี่คือจุดที่นายจ้างเชียงรายเสียเงินฟรีมากที่สุด กลุ่มชนกลุ่มน้อยและผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียนที่ถือบัตรหัว 0, 6, 7, 8 ไม่มีสัญชาติของประเทศไหนให้ไปขอหนังสือเดินทางตั้งแต่ต้น เส้นทางของเขาคือใช้บัตรที่ฝ่ายไทยออกให้ ขอใบอนุญาตทำงานตามมาตรา 63/1 ตัวเลขของสำนักบริหารแรงงานต่างด้าวเดือนพฤศจิกายน 2568 ระบุว่าเชียงรายมีคนกลุ่มนี้ถึง 15,494 คน จากใบอนุญาตทำงานทั้งจังหวัด 26,766 คน

เล่มแดง เล่มเขียว เล่มม่วง ที่คนพูดกัน คืออะไรกันแน่

เป็นคำเรียกตามสีปกที่นายจ้างและแรงงานใช้กันเอง ไม่ใช่ชื่อทางกฎหมาย โดยทั่วไปเล่มแดงหมายถึงหนังสือเดินทางเมียนมาตัวจริง เล่มเขียวหมายถึงเอกสารรับรองบุคคล CI และเล่มม่วงหรือพาสม่วงหมายถึงเอกสารเดินทางรุ่นที่ออกในกระบวนการพิสูจน์สัญชาติรอบก่อน แต่ต้องระวังว่าสีปกเปลี่ยนไปตามรุ่นและตามรอบที่ออก บางรอบเล่ม CI ที่ออกมาก็เป็นปกแดง คนละยุคจึงเรียกไม่ตรงกัน อย่าตัดสินจากสีอย่างเดียว ให้ดูข้อความบนหน้าปกและหน้าแรกของเล่ม

ลูกจ้างบอกว่ายังไม่มีพาสอะไรเลย เริ่มจากอะไรก่อน

เริ่มจากการหาว่าเขามีอะไรอยู่ในมือบ้าง ไม่ใช่เริ่มจากการไปทำเล่ม สิ่งที่ขอให้ถ่ายรูปส่งมาคือ บัตรใด ๆ ที่ฝ่ายไทยเคยออกให้ ใบเสร็จหรือเอกสารจากอำเภอ ทะเบียนประวัติเก่า เล่มเก่าที่ขาดแล้ว หรือแม้แต่รูปถ่ายเอกสารเดิมที่หายไป จากนั้นเราจะบอกได้ว่าเคสนี้ต้องเดินสายพาสปอร์ต สาย CI หรือสายบัตรหัว 0 ตามมาตรา 63/1 ซึ่งใช้เอกสารและค่าใช้จ่ายคนละชุดกันโดยสิ้นเชิง

พิสูจน์สัญชาติกับตรวจสัญชาติ เป็นอันเดียวกันไหม

คนทั่วไปใช้แทนกันจนแทบเป็นคำเดียวกันแล้ว ทั้งสองคำหมายถึงกระบวนการที่ทางการประเทศต้นทาง เข้ามาตรวจสอบและรับรองว่าคนคนนี้เป็นพลเมืองของเขาจริง แล้วออกเอกสารแสดงตัวตนให้ ซึ่งอาจเป็นหนังสือเดินทางหรือเอกสารรับรองบุคคลแล้วแต่รอบและแล้วแต่สัญชาติ สิ่งที่ต่างกันจริง ๆ ไม่ใช่ชื่อเรียก แต่คือรอบที่เปิด สถานที่ที่ต้องไป และเอกสารที่ต้องเตรียม ซึ่งเปลี่ยนบ่อยมาก

ทำพาสปอร์ตให้ลูกจ้างแล้ว ให้เริ่มงานได้เลยไหม

ยังไม่ได้ พาสปอร์ตหรือ CI เป็นแค่เอกสารแสดงตัวตน ตอบได้แค่ว่าเขาเป็นใคร การจ้างงานให้ถูกกฎหมายต้องครบสามส่วน คือเอกสารแสดงตัวตน สิทธิอยู่ในราชอาณาจักร และใบอนุญาตทำงานที่ระบุชื่อคุณเป็นนายจ้าง ถ้าให้เข้าทำงานก่อนที่ใบอนุญาตทำงานจะออก ทั้งคุณและลูกจ้างมีความผิด ส่งรูปเอกสารมาให้เราตรวจก่อนรับเข้างานปลอดภัยกว่า

ทำเล่มแรกให้ลูกจ้างหนึ่งคน ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่

เราไม่ลงตัวเลขค่าธรรมเนียมของเล่มไว้บนเว็บ เพราะอัตราและรอบการเปิดของฝั่งประเทศต้นทาง เปลี่ยนบ่อยกว่าที่เว็บไซต์จะตามทัน และตัวเลขที่ล้าสมัยหนึ่งตัวทำให้คุณวางแผนผิดทั้งงาน สิ่งที่เรารับปากได้คือจะแยกให้ชัดเสมอว่าอะไรคือค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายให้ทางราชการหรือฝั่งประเทศต้นทาง และอะไรคือค่าบริการของเรา แจ้งให้ครบก่อนเริ่มงาน ไม่มีบวกเพิ่มระหว่างทาง

แรงงานลาวกับกัมพูชา ใช้เส้นทางเดียวกับพม่าไหม

ไม่เหมือนกัน แต่ละสัญชาติมีช่องทางออกเอกสารของตัวเองและมีรอบของตัวเอง ในเชียงรายภาพยิ่งต่างชัด เพราะกลุ่มนำเข้าแบบ MOU ของจังหวัดนี้เป็นลาวเกือบทั้งหมด คือ 1,100 คนจาก 1,208 คน ขณะที่เมียนมามีเพียง 101 คนและกัมพูชา 7 คน แรงงานเมียนมาในเชียงรายส่วนใหญ่จึงไม่ได้มาทางสายนำเข้า แต่เป็นกลุ่มที่อยู่ในพื้นที่มาก่อนแล้ว

จะรู้ได้อย่างไรว่าเล่มที่ลูกจ้างถือมาใช้ได้จริง

ดูสามอย่างเป็นอย่างน้อย หนึ่งคือชนิดของเล่มจากข้อความบนหน้าปกและหน้าแรก ไม่ใช่จากสี สองคือวันหมดอายุของตัวเล่มเอง และสามคือรอยตราหรือหน้าที่แสดงสิทธิอยู่ในราชอาณาจักร ซึ่งมีวันหมดอายุแยกอีกชุดหนึ่ง เล่มไม่ขาดแต่สิทธิอยู่ขาดก็ทำงานไม่ได้ ถ้าไม่แน่ใจ ถ่ายรูปหน้าเล่มและหน้าที่มีตราส่งมาทางไลน์ เราดูให้ฟรีก่อนที่คุณจะรับเข้าทำงาน

ลูกหรือผู้ติดตามของลูกจ้างที่ยังไม่มีเอกสาร ทำอะไรได้บ้าง

เรื่องผู้ติดตามและเด็กเป็นคนละเรื่องกับเอกสารทำงานของพ่อแม่ และเดินตามรอบที่ทางราชการเปิดเป็นครั้ง ๆ ไป เชียงรายมีกลุ่มนี้เยอะเป็นพิเศษ เพราะมีทั้งเด็กที่เกิดในพื้นที่และเด็กในระบบทะเบียนของสถานศึกษา ถ้าลูกจ้างของคุณมีลูกที่ยังไม่มีเอกสาร บอกเรามาพร้อมกันตั้งแต่แรก เราจะได้บอกว่ารอบไหนที่ทำได้และต้องเตรียมอะไรล่วงหน้า

ต้องพาลูกจ้างไปเองทุกขั้นตอนไหม

ไม่ทุกขั้นตอน งานยื่นเอกสารและงานเข้าคิวเรารับไปทำแทนได้ แต่ขั้นตอนที่ต้องแสดงตัว เช่น การถ่ายรูปทำเล่ม การเก็บอัตลักษณ์บุคคล และการตรวจสุขภาพ กฎหมายกำหนดให้ตัวลูกจ้างไปเอง เราจะนัดรวบให้อยู่ในรอบเดียวเท่าที่ทำได้ และมีรถรับส่งให้เมื่อจำเป็น เพื่อให้คุณเสียวันทำงานน้อยที่สุด

ยังไม่รู้ว่าลูกจ้างต้องทำเล่มหรือไม่ต้องทำ ถามก่อนได้

ถ่ายรูปบัตรหรือเล่มที่มีอยู่ส่งมาทางไลน์ บอกแค่ว่าลูกจ้างสัญชาติอะไร อยู่อำเภอไหนของเชียงราย และเลขนำหน้าบัตรคืออะไร เราจะบอกกลับไปว่าเคสนี้ต้องเดินสายพาสปอร์ต สาย CI หรือสายมาตรา 63/1 พร้อมแยกค่าธรรมเนียมราชการออกจากค่าบริการให้ชัดก่อนเริ่มงาน

แชท LINE ตอบไว โทรเลย รับสายทันที